CHOปรับกลยุทธ์ธุรกิจ อัพเทคโนโลยีต่อยอด เคาะรายได้ปีนี้ตามนัด

ทันหุ้น – CHO ตั้งเป้ารายได้ปี 2562 เติบโต 5 -10% ต่อยอดธุรกิจสู่เทคโนโลยีมากขึ้น พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงการพิเศษ ลอนดอนเเท็กซี่, รถเมล์อมรรัตนโกสินทร์, พร้อมประมูลงาน ขสมก. เพิ่มต่อเนื่อง อวด Backlog ที่ 4,000 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปี2561เข้าเป้า เดินหน้าทยอยส่งมอบรถเมล์ NGV ที่ 489 คัน ตามแผน

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO กล่าวว่าบริษัทวางเป้าหมายรายได้ปี 2562 เติบโตที่ 5 – 10 %ซึ่งมาจากกลุ่มสินค้าหลักทั้ง 3 กลุ่ม อาทิ ธุรกิจผลิตและติดตั้งระบบวิศวกรรมเกี่ยวกับยานยนต์ อาทิ รถ ลำเลียงอาหารในประเทศ ธุรกิจผลิตและติดตั้ง ระบบวิศวกรรมเกี่ยวกับยานยนต์ และในต่างประเทศที่คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง

ขณะที่บริษัทก็ยังมีโครงการพิเศษ ที่เตรีบจะลงทุนใหม่ 3 โปรเจค ได้แก่ 1.โครงการประกอบรถลอนดอนแท็กซี่

2.การตั้งบริษัท บริษัท อมรรัตนโกสินทร์ จำกัด (ARK) โดยบริษัทถือหุ้นถือหุ้นในสัดส่วน 99.97% ทั้งนี้ ARK ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางอัจฉริยะ (SMART BUS) และ 3. บริษัทเตรียมที่จะเข้าประมูลงานรถเมล์ ขสมก. อย่างต่อเนื่องในปี 2562

“คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2562 ไม่ได้เติบโตสูงมากจึง จึงเตรียมปรับกลยุทธ์บริษัทโดยการ diversify ตัวเองจาก Manufacturing ให้เป็นบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปทำ โครงการ SMART BUS , การติดตั้ง E-Ticket ซึ่งจะเป็นการรับรู้ตามสัญญายาวในระยะ 10 ปี และ 5 ปีตามลำดับ  หลังจากนั้นจะพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกันเพื่อให้เกิดสินค้าใหม่ ทำให้มีการเติบโตซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตในแง่ผลประกอบการได้ในอนาคต “

ทยอยส่งหมอบรถ

ส่วนการส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศโดยใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ NGV เป็นการโดยเป็นการร่วมมือระหว่าง CHO และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)หรือ SCN  ซึ่งที่ผ่านมามีการทยอยส่งมอบไปแล้ว ล็อตที่ 1 จำนวนจำนวน 102 คัน จากทั้งหมดจากทั้งหมด 489 คัน ในเดือน ม.ค. 2562 จะมีการทยอยส่งมอบรถเพิ่มอีก 187 คัน ซึ่งบริษัทรับรู้รายได้ล็อต แรกเข้ามาแล้วในช่วงไตรมาสที่ 4/2561

สำหรับผลดำเนินงานปี2561บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 60-70% เนื่องจากการรับรู้รายได้พิเศษของรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ที่ปีนี้มีการทยอย ส่งมอบรถเมล์ NGV ตั้งแต่ปีนี้ และที่เหลือจะทยอยส่งหมอบในปี 2562 รวมทั้งหมด 489 คัน ส่วนงานในมือ (Backlog) ปัจจุบันอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารรับรู้รายได้ปีนี้ราว 300 ล้านบา และที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2562