GEL ปีหน้าเทิร์นอะราวน์ ชงบอร์ดเคาะแผนอัพแกร่ง

ทันหุ้น – GEL ตั้งป้อมปี 2562 ผลงานเทิร์น งานเรียงคิวรอบุ๊กเพียบ ส่วน Q4/2561 เชื่อฟอร์มแจ๋วกว่า Q3/2561 รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว พร้อมเดินหน้าโครงการใหม่ต่อเนื่อง เติม Backlog เพิ่ม จากเดิมราว 2 พันล้านบาท กินยาวปี 2563 แถมผนึกสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 3 แห่ง  พัฒนาศักยภาพด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

นายธวัช อนันต์ธนวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GEL  เปิดเผยว่า ในปี 2562 เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าจะพยายามสร้างผลงานให้พลิกกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับปี 2561 เนื่องจากธุรกิจมีงานในมือ (Baklog) ที่รอส่งมอบเป็นจำนวนมาก ประกอบกับธุรกิจยังจะมีกำลังผลิตจากโรงงานใหม่เข้าเสริม

โดยโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงโดยใช้แรงเหวี่ยง (Spun Pile) โดยการร่วมทุนกับ Nippon Concrete Industries Co., Ltd. (NC) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจผลิตเสาเข็มและSpun Pile มายาวนานในประเทศญี่ปุ่นนั้น คาดน่าจะสร้างรายรับให้กับธุรกิจได้อย่างชัดเจนในปีหน้า

อุ่นใจกอดงานอื้อ

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีตัวเลข Backlog อยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท จากโครงการทั้งภาคเอกชนและรัฐ โดยน่าจะสามารถรับรู้รายได้ปีหน้าราว 80% และที่เหลือคงต่อเนื่องไปถึงปี 2563 ซึ่งหากจำแนกสัดส่วนรายได้ของ GEL ขณะนี้นั้นมาเสาเข็ม (Piling) 50% และที่เหลือมาจากชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete), ระบบพื้นไร้คาน (Post-Tensioned Slab) รวมทั้งธุรกิจมีแนวทางเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมรายรับในอนาคต

ส่วนทิศทางผลงานในไตรมาส 4/2561 เชื่อน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 3/2561 เนื่องจากการรับรู้งานในส่วนต่างๆ ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กลับมาดีขึ้น หลังผ่านพ้นช่วงฤดูฝนในช่วงไตรมาส 3 ของทุกปี

ชงบอร์ดอัพแกร่ง

“ในแง่แผนงานปีหน้า ตอนนี้เราอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำรายละเอียดส่วนต่างๆ ซึ่งคงจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป หวังเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในอนาคต และสนับสนุนผลประกอบการให้เติบโตต่อเนื่อง เชื่อคงได้เห็นความชัดเจนช่วงต้นปี 2562″ นายธวัชกล่าว

ขณะเดียวกันวานนี้ (19 ธ.ค.) บริษัทได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในครั้งนี้ GEL มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 3 แห่ง ในการพัฒนาศักยภาพด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี ซึ่ง GEL มีความพร้อมเป็นอย่างมากที่จะสนับสนุนและเสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในภาคการศึกษาและธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงภาคอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต

“นอกจากนี้ GEL ยังมั่นใจว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญ ที่จะช่วยให้สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงการทำงานด้านการก่อสร้างแบบเดิมๆ ให้ก้าวไปสู่การเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน” กรรมการผู้จัดการกล่าวเสริม

สำหรับสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศในด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ที่นับว่าเป็นแหล่งผลิตวิศวกรที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง