กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย..คาดกระทบต่อการเติบโตศก.จำกัด

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากระดับร้อยละ 1.50 เป็นระดับร้อยละ 1.75 อันเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ในอนาคต

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ ไม่น่าจะส่งผลต่อภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 อย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางระดับสภาพคล่องในตลาดการเงินไทยที่อยู่ในระดับสูง

ขณะที่มองว่า กนง. น่าจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระยะข้างหน้าอย่างน้อยในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้คงเป็นไปในลักษณะที่ไม่ต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินคงจะประเมินความพร้อมของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ก่อนที่จะมีการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2562

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ในอนาคต หลังความจำเป็นในการพึ่งพานโยบายการเงินในระดับที่ผ่อนคลายลดลงและปัจจัยเสี่ยงในการสะสมความเปราะบางเพิ่มขึ้น ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจยังคงสอดคล้องกับศักยภาพและเงินเฟ้อเคลื่อนไหวในกรอบเป้าหมาย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินผลกระทบต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยคงมีจำกัด โดยมีเหตุผลสนับสนุน ดังนี้

สภาพคล่องในระบบการเงินไทยที่อยู่ในระดับสูง น่าจะช่วยให้การปรับขึ้นของต้นทุนการเงินอยู่ในระดับจำกัด ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การส่งผ่านต้นทุนการเงินไปยังภาคเศรษฐกิจจริงคงอยู่ในระดับที่น้อยกว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ที่ร้อยละ 0.25 เนื่องจากระดับสภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง

โดยสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก และตั๋วแลกเงินของไทยเดือนตุลาคมของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศของไทย 14 แห่ง อยู่ที่ระดับร้อยละ 86.7 ขณะที่ระดับสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์มีสูงถึงเกือบ 4 ล้านล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับอุปสงค์การเติบโตของสินเชื่อในระยะข้างหน้า ดังนั้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์คงจะพิจารณาให้เหมาะสมกับอุปสงค์การกู้ยืม ความสามารถของการชำระหนี้โดยรวมของลูกหนี้ รวมทั้งต้นทุนของเงินฝากที่เปลี่ยนไป

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นไปอย่างไม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้ การปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของ กนง. อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าที่ยังมีความจำเป็นในการดำเนินนโยบายการเงินที่ค่อนข้างผ่อนคลายอยู่ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ความชัดเจนน่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2562

ดังนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงินคงจะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลของการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่มาตรการดูแลเสถียรภาพโดยรวมของระบบเศรษฐกิจ (Macro Prudential) ที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงไตรมาส 2/2562 คงช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจได้บางส่วน ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจยังมีความเหมาะสม

โดย กนง. อาจเว้นระยะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ทั้งนี้ หากปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าปรับตัวลดลง อาจจะเปิดโอกาสให้ กนง. สามารถพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2562

ที่มา : บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com