ZIGA ปั๊มกำลังผลิต ป้อนออเดอร์เพิ่ม โครงการใหญ่หนุน

ทันหุ้น-ZIGA เตรียมประชุมบอร์ดพิจารณาแผนปี 2562 สัปดาห์หน้า เคาะรายได้เติบโตประมาณ 15% คาดโรงงานและคลังสินค้าแล้วเสร็จไตรมาส 2-3/2562 ช่วยลดต้นทุน-รองรับการขายมากขึ้น มองภาพรวมรายได้ปี 2561 เฉียด 1,000 ล้านบาท

นายธีรนาท งามจิตรเจริญ กรรมการบริหาร บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA  กล่าวว่า บริษัทเตรียมเสนอแผนธุรกิจปี 2562 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในสัปดาห์หน้า (24-28 ธ.ค. 2561) โดยเบื้องต้นประเมินว่ารายได้น่าจะเติบโตแบบ conservatives ประมาณ 15% จากการขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ที่จะเพิ่มขึ้นตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2561 คาดว่ารายได้จะเติบโตใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ 1,000 ล้านบาท จากออเดอร์ที่เข้ามาต่อเนื่อง โดยการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าจะทำให้ความต้องการใช้เหล็กในอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อบริษัท

ขยายกลุ่มค้าปลีก

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายธุรกิจในกลุ่มค้าปลีกในพื้นที่สาขาของ บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC โดยตั้งแต่ต้นปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทเปิดสาขาไปแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ สาขากระทิงลาย, สัตหีบ, พนมสารคาม และสาขาอรัญประเทศ ใช้งบลงทุนราวประมาณ 800,000-3,000,000 บาทต่อสาขา ซึ่งการเปิดสาขาในลักษณะนี้ทำให้บริษัทเข้าถึงและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยตรง

ทั้งนี้ ธุรกิจค้าปลีกให้มาร์จิ้นการขายสินค้าค่อนข้างดี และถือว่ามีการเติบโตสูง ซึ่งบริษัทจะทำการตลาดทั้งระบบ Online และ Offline รวมไปถึงการนำสินค้าที่นอกเหนือจากเหล็กเข้าไปจำหน่ายในสาขาด้วย ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสินค้าเดิมของบริษัท

อัพผลิต-ลดต้นทุน

ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นเป็น 120,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่ 65,000 ตันต่อปี โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2-3/2562 ทั้งนี้ หากเริ่มดำเนินการโรงงานดังกล่าวคาดว่าช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ราว 5%

“ปีนี้เป็นปีแห่งการสร้างฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยบริษัทเดินหน้าแผนงานด้วยการสร้างโรงงานเพื่อขยายกำลังการผลิต และการผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่าน ZIGA OUTLET รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านองค์กรทั้งในส่วนของทรัพยากรบุคคลและระบบไอที เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับบริษัท”นายธีรนาท กล่าว