DOD ปิดดีลเทคโอเวอร์ PCCA ขึ้นแท่นธุรกิจความงามและสุขภาพครบวงจร พร้อมแจกปันผลระหว่างกาล 0.44 บาท

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า วันนี้ที่รอคอย… DOD ปิดดีลเทคโอเวอร์ PCCA โรงงานผู้ผลิตเครื่องสำอาง สกินแคร์ นั่งแท่นผู้นำธุรกิจเพื่อความงามและสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมแจกโบนัสผู้ถือหุ้นส่งท้ายปี จ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.44 บาท จ่อขึ้น XD 2 ม.ค.62

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีส่วนประกอบหลักมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ ในรูปแบบการรับจ้างพัฒนาและผลิต (ODM) ที่ให้บริการครบวงจร (One Stop Service) ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท พีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด (PCCA) โรงงานผู้ผลิตเครื่องสำอาง และสกินแคร์ ในรูปแบบรับจ้างผลิต (OEM) แบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสูตร การวิจัยและผลิตเครื่องสำอาง และสกินแคร์ ออกแบบฉลากสินค้าบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการยื่นคำขอจดแจ้งผลิตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย PCCA มีโรงงาน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 29 ไร่ 2 งาน 89 ตารางวา อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และ อาคารสำนักงานใหญ่ 6 ชั้น พร้อมห้องปฎิบัติการวิจัย พื้นที่ 182 ตารางวา ตั้งอยู่บน ถนนสตรีวิทยา 2 เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ธุรกิจ PCCA จะเข้ามาต่อยอดจิ๊กซอว์ ทางธุรกิจ ในการขยายพอร์ตการผลิตสินค้า กลุ่มความงามและสุขภาพ เนื่องจาก DOD และ PCCA ดำเนินธุรกิจรูปแบบใกล้เคียงกัน และยังมีฐานลูกค้าในกลุ่มประเภทเดียวกัน ดังนั้นหลังจากนี้ต่อไป เราจะได้เห็นกลุ่มลูกค้าของ PCCA ที่เคยจ้างผลิตเฉพาะเครื่องสำอาง และ สกินแคร์ จะหันมาจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ขณะเดียวกัน ลูกค้า DOD ที่เคยจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็จะหันมาจ้างผลิตเครื่องสำอาง และ สกินแคร์ เช่นเดียวกัน ดังนั้น การลงทุนในครั้งนี้ นอกจาก จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้าง Synergy ทางธุรกิจแล้ว ยังเป็นการเสริมศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อต่อยอด และขยายไลน์ธุรกิจ ของบริษัทฯ ในอนาคต ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งยังผลักดันให้ DOD ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจเพื่อความงามและสุขภาพ แบบครบวงจร

นอกจากนี้เป้าหมายของบริษัทคือการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย บริษัทต้องการขยายธุรกิจ ไปในช่องทางอื่น ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเพื่อความงามและสุขภาพ นอกเหนือจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ อาทิเช่น การลงทุนในโรงสกัดแห่งที่ 2 ที่จะนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสกัด ที่ทันสมัย มาสกัดสารสำคัญ ในพืชสมุนไพรไทย ให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ และตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะของสารสกัดที่ได้จากโรงสกัด ที่สามารถนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ สกัดเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยบริษัทฯ มีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่มีประสบการณ์ด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางค์และสกินแคร์ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรไทย ดังนั้นการจัดตั้งโรงสกัดของ DOD จะเป็นบริษัทเอกชน แห่งแรกๆที่ยกระดับมาตรฐาน สารสกัดไทย ให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล

โดยเบื้องต้นคาดว่าโรงสกัดดังกล่าว จะสามารถเดินเครื่องได้ ภายในไตรมาส 3/2562 ซึ่งถือว่าแล้วเสร็จเร็วกว่ากำหนดเดิม จากเดิมที่คาดว่าจะเสร็จภายในปี 2563 ทั้งนี้ เป็นผลมาจาก บริษัทฯ มีแผนในการย้ายอาคารที่ตั้งโรงสกัดทั้งหมด จากเดิมที่จะก่อสร้างบนพื้นที่ DOD ในนิคมอุตสาหกรรมอยู่เจริญ-ท่าจีน จ.สมุทรสาคร เปลี่ยนมาสร้างในบริเวณพื้นที่ PCCA ที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี แทน เนื่องจากที่ PCCA บ้านบึง มีอาคารเปล่ารองรับพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งสามารถประหยัดต้นทุนและเวลาในการก่อสร้างโรงสกัดได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญจะทำให้บริษัทฯมีรายได้เข้ามาเร็วขึ้น

“บริษัทยังมีดีลใหม่ๆ ให้เข้ามาศึกษาและพิจารณาอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การลงทุนในธุรกิจช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ที่มีฐานลูกค้าปลีกอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะมาเสริมความแข็งแกร่งให้ DOD ยิ่งขึ้น ซึ่งการมีช่องทางในการขายสู่มือผู้บริโภค (End users) โดยตรงจะทำให้โครงสร้างกำไรดีขึ้นกว่าปัจจุบัน และจากการที่ DOD เป็นผู้ประกอบการไทยเพียงรายเดียว ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามิน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ และเครื่องสำอาง ผ่านช่องทางการจำหน่าย TV Shopping ของ CNR Mall ช่องสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน ยิ่งทำให้เรามีโอกาสที่จะนำสินค้าของลูกค้ารายอื่น เข้าไปจำหน่ายได้ด้วย ซึ่งเป็นการปูทางการก้าวสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจเพื่อความงามและสุขภาพ แบบครบวงจร”นางสาวศุภมาส กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวดวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.44 บาท หลังจากได้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai วันแรก เมื่อ 20 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในบริษัทเสมอมา พร้อมตอกย้ำ สถานะทางการเงินของบริษัทฯ ยังแข็งแกร่ง โดยจะเห็นได้จากอัตราส่วนสภาพคล่องของบริษัทฯ ยังสูงถึง 18.2 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 0.04 เท่า โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 3 มกราคม 2562 และกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 2 มกราคม 2562

 

อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com