BTS วืดบิ๊กโปรเจกไม่ระส่ำ ลั่นโตแรง20-25%ยาว5ปี

ทันหุ้น – BTS เปิดแผนปีหน้ารายได้งานเดินรถโต 50% งานก่อสร้างเดินหน้าสายสีชมพู, สีเหลือง, สีทอง เล็งประมูลสายสีส้ม  ด้านธุรกิจสื่อ VGI โตทั้งใน-ต่างประเทศ ตั้งเป้า 3 ปีรายได้ 7-8 พันล้าน ขณะที่ U ปรับโครงสร้างเรียบร้อยพร้อมเทริ์นอะราวด์  มั่นใจรายได้ทั้งกลุ่มโตเฉลี่ย 20-25% ต่อเนื่อง 5 ปี  ด้านนักวิเคราะห์คาดกำไรโต 37% ต่อปีเคาะ “ซื้อสะสม” เป้า 12.10 บาท

นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยแผนการดำเนินงานปี 2562 ว่า กลุ่มธุรกิจรถไฟฟ้า BTS มีรายได้ 2 ส่วน คือ 1.สัมปทานเดินรถไฟสายสีเขียว (สายสุขุมวิท, สายสีลม) คาดการณ์ว่าจะมีอัตราผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2-5% ต่อปี ตามปริมาณประชากรในกรุงเทพฯ  2.งานรับจ้างเดินรถ-พัฒนาระบบรถไฟฟ้า ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีรายได้จจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (ตอนที่ 1 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) ระยะทาง 13 กิโลเมตร ปีละ 1,500 ล้านบาท ในปี 2562 ก็จะมีรายได้จากการรับจ้างเดินรถฯ สายสีเขียวส่วนต่อขยาย (ตอนที่ 2 ช่วงสมุทรปราการ-บางปู) ระยะทาง 12 กิโลเมตรเข้ามาเพิ่มอีก 1,500 บาท รวมเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านบาทต่อปี

ส่วนงานก่อสร้างอยู่ระหว่างการก่อสร้างสายสีชมพู คาดว่าจะเปิดเดินรถได้ประมาณตุลาคม 2564, และสายสีเหลืองซึ่งก็น่าจะเริ่มทดลองเดินรถได้ใกล้เคียงกัน  ส่วนสายสีทองก็ยังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานดังนั้นในระยะ 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจำนวนผู้โดยสารน่าจะเพิ่มได้ถึง 1.5-2 ล้านคนต่อวัน จากปัจจุบันที่ประมาณ 7 แสนคนต่อวัน

เล็งประมูลสายสีส้ม

นายสุรยุทธ กล่าวว่าถึงโครงการที่ทาง BTS Group ให้ความสนใจอาทิ โครงการบริหารสถานีรถไฟบางซื่อ, โครงการสนามบินอู่ตะเภา, รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลในช่วงต้นปี 2562 ว่า ทางบริษัทเน้นการบริหารศักยภาพการทำงานให้ครบวงจร จึงให้ความสนใจโครงการที่จะสามารถต่อยอดธุรกิจในเครือบริษัทได้

“เราตั้งใจเข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่คาดว่าจะเปิดต้นปีหน้า จึงอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและเราคงต้องพร้อมกว่างานที่ผ่านมา  ส่วนโครงการอื่นๆ เราคงพิจารณาให้เหมาะสมกับธุรกิจในเครือทั้ง ยูซิตี้, และ VGI”

3ปี VGI รายได้ 7-8 พันล.

สำหรับกลุ่มธุรกิจสื่อ BTS Group มีบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI เป็นผู้ดำเนินงานหลัก โดยภายในปีนี้จะเริ่มดำเนินงานที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOA) กับบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศไทย และจะทยอยมีโครงการต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2562 ส่วนการบริหารงานสื่อ-โฆษณาในอาเซียน ล่าสุดได้งานบริหารสื่อโฆษณาตามสถานีรถไฟฟ้าทั้งในประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่วนบริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO ก็ได้งานบริหารโฆษณาในพื้นที่สนามบินประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้งานโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่จะทำร่วมกับบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง VGI ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 23% นั้นจะมีทั้งรายได้ตามสัดส่วนผู้ถือหุ้น และงานโฆษณาตามแผนงานที่จะใช้ฐานด้าต้าที่มีอยู่มาร่วมวางแนวทางการพัฒนาต่อไป  ทั้งนี้ตามแผนการดำเนินงานระยะ 3 ปีจะมีรายได้ 7-8 พันล้านบาท

“เรามั่นใจว่าปีหน้าการใช้สื่อโฆษณาจะคึกคักขึ้นทั้งจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวและการขยายพื้นที่สื่อในประเทศให้ครอบคลุมตามสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย – พื้นที่โฆษณาในอาคาร, ในสนามบิน, – I-ball, ควบคู่กับการเติบโตในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการโฆษณาผ่านเคอรี่ทั้งมอเตอร์ไซด์ที่เราเริ่มแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง และการใช้พื้นที่รถกระบะจะเริ่มมีมากขึ้นตามลูกค้าที่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใช้บริการเครี่เริ่มประทับใจที่ใช้บริการและมีของแถมแนบมาด้วย เรามีฐานดาต้ามากพอที่จะเลือกส่งตัวอย่างสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดอยู่แล้ว”

U เทิร์นอะราวด์

ขณะที่บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U จะเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบ่งเป็นรับจ้างบริหารโรงแรมทั้งใน-ต่างประเทศกว่า 2 หมื่นห้อง, โครงการคอนโดมิเนียมที่จะดำเนินงานร่วมกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) SIRI ซึ่งจะขยายโครงการไปตามแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ

“ปีนี้ U ได้ปรับโครงสร้างต่างๆ เรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง เรายังคงมีพันธมิตรที่ดีอย่าง SIRI ที่มีโครงการจะทำร่วมกันอีกว่า 6 หมื่นล้านบาท  ตามที่เราเคยแถลงไปแล้วว่าเราจะพยายามรักษาศักยภาพการเติบโตเฉลี่ยของเราในระยะ 5 ปี ที่ 20-25% เราประเมินจากธุรกิจที่เรามี แต่เราก็จะมองหาโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่งอย่างแน่นอน”

นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS แม้การรายงานผลการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอย่างไม่เป็นทางการจะปรากฏว่า กลุ่มกิจการร่วมค้า CP Group เป็นผู้ชนะ

เนื่องจาก ณ ปัจจุบัน BTS มีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ดำเนินการอยู่ทั้งเขียวใต้ และสีเขียวเหนือ โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าหลังจากที่มีการเจรจากับทางกรุงเทพมหานครฯ (กทม.) แล้วอาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานของสายสีเขียวทั้งเส้นได้ โดยเชื่อว่าผู้บริหาร BTS น่าจะพยายามต่อรองอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ BTS ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างสายสีชมพู และเหลืองซึ่งจะทำให้บริษัทรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต (จากสายสีเขียว,) แลโอกาสที่จะได้โครงการใหม่อีกในอนาคต

ฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการกำไรปี 2562 ที่ 2.72 พันล้านบาท และปี 2563 ที่ 3.99 พันล้านบาทสะท้อนถึงพัฒนาการด้านบวกของ platform ของ BTS คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 11.29 บาท

คาดกำไรโต 37% ต่อปี

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อสะสม” BTS ราคาเหมาะสม 12.10 บาท อิง SOTP จากการรวม สัญญา O&M รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตอนใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) 1.03 บาทต่อหุ้น และ รวมมูลค่าส่วนเพิ่มที่ VGI จากการเพิ่งเริ่มรับรู้จาก Kerry Express เข้ามา 0.51 บาทต่อหุ้น  โดยแม้ไม่มีประเด็นการประมูลรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่เฉพาะเรื่องการรับโอนสินทรัพย์รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตอนใต้ของ กทม. และธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน คาดว่าน่าจะทำให้ BTS Group มีกำไรสุทธิปี 2562-2563 เติบโตเฉลี่ย 37% ต่อปี