UTP คืนหนี้แบงก์กด D/E ต่ำ รายได้โตต่อเนื่อง-ปันผล5.1%

ทันหุ้น – UTP ลุยคืนหนีสถาบันการเงิน ลุ้นจ่ายเงินปันผลสิ้นปี 2561 คาดไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี มั่นใจไตรมาส 4/2561 ผลงานโตต่อเนื่อง หนุนรายได้ทั้งปีแตะระดับ 3,700-3,800 ล้านบาท โบรกมองโอกาสจ่ายปันสูงถึง 5.1% เทียบราคาหุ้นในปัจจุบัน ชี้เป็นโอกาสเข้าลงทุน เคาะเป้าหมาย 17.00 บาท

นายมงคล มังกรกนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดในมือค่อนข้างมาก ส่งผลให้สามารถชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินซึ่งมีการกู้ยืมเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่และปรับปรุงคุณภาพการผลิตในช่วงที่ผ่านมาประมาณ 1,000 ล้านบาท ได้เร็วกว่าที่กำหนด โดยขณะนี้บริษัทได้ชำระเงินคืนแล้วกว่า 60% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.40 เท่า จากสิ้นปีก่อนที่ 0.64 เท่า

สิ้นปีลุ้นจ่ายปันผล

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถชำระคืนเงินกู้ที่เหลือได้ในช่วงกลางปี 2562 น่าจะทำให้ D/E ปรับตัวลดลงอีก ส่งผลให้มีความสามารถในการกู้ยืมสูง นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งต้องประเมินกระแสเงินสดและผลประกอบการในช่วงสิ้นปี 2561 อีกครั้ง อย่างไรก็ดี หากมีการจ่ายเงินปันผลจะเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2561 น่าจะเติบโตกว่าไตรมาส 3/2561 โดยปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้เศษกระดาษซึ่งวัตถุดิบสำคัญในการผลิตจะลดลงน้อย แต่บริษัทมีการบริหารจัดการที่ดีทำให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตและสามารถส่งมอบออเดอร์ให้กับลูกค้าได้ตามกำหนด ส่งผลให้รายได้ในปี 2561 เติบโตแตะระดับ 3,700-3,800 ล้านบาท

“การดำเนินงานในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่ผ่านมายังเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนเดือนธันวาคมยังต้องรอประเมินอีกครั้งเนื่องจากปลายปีเป็นช่วงเทศกาลและมีวันหยุดค่อนข้างมาก อาจทำให้รายได้แผ่วลง แต่เรามั่นใจว่าผลประกอบการในปีนี้จะเติบโตในระดับที่น่าใจแน่นอน” นายมงคล กล่าว

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น UTP ให้ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท หลังทาง UTP รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2561 ที่ 224 ล้านบาท เติบโต 127% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 19% จากไตรมาส 2/2561 ซึ่งถือว่าออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด 17%

โดยสาเหตุเนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นออกมาดีกว่าประเมินไว้มาก โดยอัตรากำไรข้นต้นในไตรมาส 3/2561 อยู่ที่ 28.9% จากไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 18.6% และไตรมาส 2/2561  อยู่ที่ 25.8%  ผลมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และสเปรดราคากระดาษที่ยังคงดีอยู่

ปี61กำไร745ล้านบ.

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 745 ล้านบาท เติบโต 137% จากปี 2560 ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่ายอดขายในไตรมาส 4/2561 นั้นมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ผลจากยอดขายในประเทศและต่างประเทศที่ยังคงดีอยู่ อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกปีนี้ คิดเป็น 78% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา เราจึงมีแนวโน้มปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ขึ้นในอนาคต

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับธุรกิจมีอัตราการจ่ายปันผลอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบราคาในปัจจุบัน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) สูงถึง 5.1% และอนาคต UTP มีโอกาสจ่ายปันผลด้วย Payout ratio ที่มากขึ้น เนื่องจากกำลังทยอยคืนเงินกู้ยืม จึงมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน