KTAM ชี้ศก.สหรัฐชะลอ กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ทันหุ้น- KTAM มองแนวโน้มเฟดขึ้นดอกเบี้ยได้น้อยกว่าคาดการณ์หลังเศรษฐกิจสหรัฐส่อแววชะลอตัวลงในปีหน้า ทางด้านผลตอบแทนตราสารระยะสั้นยังปรับขึ้นตามความต้องการ และทิศทางดอกเบี้ยภาพรวมที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้ออก กองทุน KTFF216 ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ

นางชวินดา หาญรัตนกูล  กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM มองว่าแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นยังคงมีอยู่ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ อัตราการว่างงานมีเพียง 3.9% เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับเหนือว่าเป้าหมายของเฟด ปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปได้ แต่จำนวนครั้งในการปรับขึ้นนั้นอาจไม่ได้ตามที่เฟดคาดไว้ที่ 3 ครั้ง

เนื่องจากนโยบายการคลังของสหรัฐฯ โดยเฉพาะนโยบายการลดภาษีซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีแรงส่งน้อยลง  อีกทั้งผลจากที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่องเริ่มสร้างแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ต้นทุนการกู้เงินของภาคธุรกิจหรือผู้กู้เริ่มสูงขึ้น ยอดขายบ้านเริ่มส่งสัญญาณชะลอลง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าจะชะลอลงในช่วงถัดไป

ดังนั้น แม้เฟดจะระบุว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า แต่ก็มีโอกาสเช่นกันที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้น้อยกว่านั้น เช่น ปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เพียง 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีเท่านั้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอลงรวดเร็วเพียงใด

ทั้งนี้  KTAM มองว่าผลตอบแทนตราสารระยะสั้นของสหรัฐอเมริกายังมีการปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการขึ้น  Fed Fund Rate ในเดือนธันวาคม ในขณะที่ตราสารอายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงตามแรงซื้อหลังประธาน FED ส่งสัญญาณลดความถี่ในการขึ้นดอกเบี้ย ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงระหว่างรอผลการเจรจาเพื่อหาข้อยุติความขัดแย้งทางการค้า ระหว่างสหรัฐกับจีน การชะลอตัวลงของเงินเฟ้อและมุมมองของตลาดที่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มชะลอตัวลง

โดยผลตอบแทนของตราสารหนี้ อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวลดลง 9 bps. อยู่ที่ 2.71% อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวลดลง 15 bps. มาอยู่ที่ 2.69% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวลดลง 16 bps. มาอยู่ที่ 2.85% ต่อปี

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 216 ( KTFF216) อายุโครงการ 6 เดือน ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2561 เน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สุทธิของกองทุน

ลงทุนใน เงินฝากประจำ Agricultural Bank China, China Construction Bank  Asia, Abu Dhabi Commercial Bank, Qatar National Bank, Al Khalu Commercial Bank และ AL Ahli Bank ในสัดส่วน 75% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนใน บัตรเงินฝาก China Merchants Bank และ Bank of Communications ผลตอบแทนประมาณ 1.65% ต่อปี โดยบุคคลธรรมไม่เสียภาษี