BKI ตัดริบบิ้นเปิดตัวแอป ส่งAIประมวลผลพฤติกรรม

ทันหุ้น- BKI เปิดตัว Journeys by BKI แอปพลิเคชั่นที่เน้นสิทธิประโยชน์ และความต้องการของคนรุ่นใหม่ ทั้งด้านสุขภาพ การทำงาน การวิเคราะห์พฤติกรรมความเสี่ยงภัยจาการขับขี่ยานยนต์ พร้อมประมวลผลและเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อลดความเสี่ยงลง รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่นำไปสู่ออกแบบแผนประกันภัยที่สามารถเจาะเป็นรายบุคคลได้มากขึ้น 

ดร.อภิสิทธ์ อนันตนาถรัตน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI มองว่าธุรกิจยุคใหม่บนโลกดิจิทัลจะต้องเผชิญความท้าทายกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพราะการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ง่ายขึ้นทำให้ลูกค้าเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เพื่อเลือกสินค้าที่มีคุณประโยชน์สูงสุดกับตัวลูกค้าเอง ซึ่งบริษัทตระหนักดีถึงจุดนี้ ดังนั้นในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นตัวใหม่ Journeys by BKI จึงเน้นถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับมากกว่าการพัฒนาเพื่อนำเสนอ และขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย

“ทุกวันนี้แต่ละบริษัทต่างก็มีแอปพลิเคชั่นมากมาย แต่การที่จะให้คนทั่วไปหันมาใช้แอปพลิเคชั่นของเราอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา จะต้องตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ได้ หรือเรียกว่าจับพฤติกรรมชีวิตความเป็นอยู่ของคนรุ่นใหม่ได้ถูก เช่นคนรุ่นใหม่สนใจการดูแลสุขภาพ ซื้อของหรือผลิตภัณฑ์ที่ให้สิทธิประโยชน์สูง ไม่ได้ยึดติดแบรนด์เท่ากับความคุ้มค่าจากสิ่งที่ตัดสินใจซื้อ ดังนั้น แอปพลิเคชั่นที่เราพัฒนาจึงเน้นถึงความคุ้มค่าที่ลูกค้าจะได้รับ”

Journeys by BKI เป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เรียนรู้กิจวัตรประจำวันผ่านการรับข้อมูลด้วย Mobile Sensor ของสมาร์ทโฟน ดังนั้นกิจกรรมการออกกำลังกาย ช่วงเวลาในการทำงาน การเดินทางรูปแบบต่างๆ รวมถึงประเมินความปลอดภัยในการขับขี่รถ จะถูกประเมินออกมาและจัดเป็นกลุ่มไลฟ์สไตน์ของแต่ละบุคคลนั้นๆ ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชั่นก็จะนำเสนอหรือแนะนำข้อมูลข่าวสารเฉพาะรายบุคคลอันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงด้านต่างๆลง เพิ่มคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยให้มากขึ้น

ลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่าน แอปพลิเคชั่น Journeys by BKI สามารถรับบริการศูนย์ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เช่น บริการเปลี่ยนยางอะไหล่ บริการต่อพ่วงแบตเตอรี่ เป็นต้น รวมถึงการให้คำปรึกษาทางการแพทย์เบื้องต้น (Medical Advice) เช่นให้คำปรึกษาปฐมพยาบาลเบื้อต้นตามอาการ และช่วยเรียกรถพยาบาลกรณีบาดเจ็บฉุกเฉิน

การพัฒนาแอปพลิเคชั่น รวมถึงการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้นยังเป็นการวางรากฐานเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ด้วยซึ่ง ดร.อภิสิทธ์ วิเคราะห์ให้ฟังว่า ในปี 2562 กลุ่มเจนเนอร์เรชั่น Z เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อในอนาคต และด้วยพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้การจับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงการบริโภคของคนกลุ่มนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อการประเมินความต้องการของคนกลุ่มนี้

“ถ้าในยุคก่อเจนเนอร์เรชั่น Z จะค่อนข้างกังวลต่อการซื้อของบนโลกออนไลน์ แต่คน เจน Z นี้ไม่กลัวเรื่องนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่ชอบในการค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลอยู่แล้ว ขณะที่เรื่องของสินค้าประกัน แม้จะไม่ได้อยู่ในหมวดที่เขาต้องการซื้อแต่แรก แต่อนาคตเมื่อเขามีรถยนต์ก็ต้องมองหาความคุ้มครอง และเปรียบเทียบแบบสินค้ากับค่ายอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่เราทำในวันนี้ ไม่เพียงศึกษาข้อมูลพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เท่านั้น หากยังเก็บข้อมูลพฤติกรรมเพื่อมาประมวลผลและสามารถออกแบบสินค้าความคุ้มครองได้แบบเฉพาะรายบุคคลยิ่งขึ้น”

ดร.อภิสิทธ์ บอกว่า ถึงวันนี้ยังไม่ได้วางเป้าหมายว่าช่องทางขายตรงเข้าถึงลูกค้าผ่านแอปพลิเคชั่นของบริษัทจะสามารถทำเงิน เบี้ยหรือรายได้ให้แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการสร้างการรับรู้ และสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับมากกว่า เพราะเมื่อลูกค้าได้รับประโยชน์แท้จรอง ท้ายสุดแล้วก็จะนำมาซึ่งการซื้อ-ขายประกันภัยได้เองในอนาคต

สำหรับเบื้องต้น คาดว่าภายใน 1 ปี นับจากวันเปิดตัว แอปพลิเคชั่น Journeys by BKI จะมีลูกค้าซื้อประกันภัยในช่องทางนี้ราวๆ 20 ล้านบาท