CHO รับทรัพย์เพิ่มทุนขายPP บุ๊กเงินส่งมอบรถเมล์NGV

ทันหุ้น-CHO บุ๊กเงินส่งมอบรถเมล์ NGV ล็อต 2 จำนวน 102 คัน กว่า 300 ล้านบาท เตรียมล็อตถัดไปอีก 100 คัน กลางเดือนธ.ค. นี้ คาดได้รับเงินราว 300 ล้านบาท บุ๊กเงินเข้าไตรมาส 4/2561 พร้อมขายหุ้นเพิ่มทุน PP จำนวนไม่เกิน 118,294,177 หุ้น ในราคาหุ้นละ 1.4297 บาท คาดได้รับเงินราว 100 ล้านบาท

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทในนาม “กลุ่มร่วมทํางาน SCN-CHO” ได้รับสัญญาซื้อขายและจ้างซ่อมแซมบํารุงรักษารถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จํานวน 489 คัน กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้ดําเนินการส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศ NGV รอบที่ 2 จํานวน 100 คัน คิดเป็นจำนวนเงินที่บริษัทจะได้รับกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้รับรู้จำนวนเงินดังกล่าวในไตรมาส 4/2561 เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้บริษัทยังมีกำหนดนัดหมายส่งมอบรถเมล์ล็อตถัดไปจำนวน 100 คัน กลางเดือนธันวาคม นี้ โดยคาดว่าบริษัทจะได้รับเงินราว 300 ล้านบาท และรับรู้ในไตรมาส 4/2561 เช่นเดียวกัน ส่วนล็อตสุดท้ายจำนวน 187 คัน มีกำหนดส่งมอบประมาณเดือนมีนาคม 2562

ขายหุ้นเพิ่มทุนPP

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ได้แก่ นายมารัตน์ แซ่ลิ้ม จำนวนไม่เกิน 118,294,177 หุ้น ราคา 1.4297 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาตลาดย้อนหลัง 7 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2561 หลังหักส่วนลด 10% แล้ว มูลค่าที่ตราไว้ 0.25 บาทต่อหุ้น

คาดว่าจะได้รับจำนวนเงินราว 100 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและรองรับการขยายธุรกิจหลัก และเป็นเงินทุนในการดําเนินงานโครงการที่ชนะการประมูลแล้วรวมถึงที่คาดว่าจะเข้าประมูลเพิ่มเติมในอนาคต ได้แก่ โครงการ E-Ticket, โครงการซ่อมรถสิบล้อ 24 ชั่วโมง และเป็นเงินลงทุนในโครงการขอนแก่นสมาร์ทซิตี้

คาดปี2562โต 5-10%

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานปี 2562 คาดว่ารายได้จะเติบโต 5-10% โดยยังเดินหน้าส่งมอบรถลำเลียงอาหารให้กับลูกค้ากลุ่มการบินอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้า เช่น การบินไทย , แอร์เอเซีย, สายการบินประเทศสิงค์โปร์ และเกาหลี รวมถึงรับรู้รายได้จากค่าซ่อมบำรุงรถเมล์ NGV และการติดตั้ง E-Ticket ซึ่งจะเป็นการรับรู้ตามสัญญายาวในระยะ 10 ปี และ 5 ปีตามลำดับ และยังเตรียมเพิ่มศูนย์ซ่อมรถบรรทุก “สิบล้อ 24 ชั่วโมง ” อีก 2 แห่งในปี 2562 ซึ่งปัจจุบันมี 1 แห่งที่

แหลมฉบัง จังหวัด ชลบุรี  มูลค่าราว 40 – 60 ล้านบาทต่อ 1 ศูนย์

อีกทั้งจะรุกขยายต่างประเทศมากขึ้น โดยปี2562 คาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อรถขนส่งในสนามบิน ประมาณ 100-200 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับออเดอร์รถขนส่งเครื่องจักรจากประเทศญี่ปุ่นอีกประมาณ 50-70 ล้านบาท โดยมองว่าความต้องการใช้รถขนส่งเครื่องจักรน่าจะเพิ่มสูงขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมรับกีฬาโอลิมปิกที่จะเกิดขึ้นในปี 2563  ซึ่งเป็นโอกาสที่บริษัทจะได้รับงานมากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 4,055 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 เป็นต้นไป โดยคาดว่าปี 2562 จะรับรู้รายได้ประมาณ 400-500 ล้านบาท