III ลุยขยายพื้นที่คลังสินค้า ฉายแววโค้ง4งบปิดหรูหรา

ทันหุ้น – III เร่งจบแผนซื้อที่ขยายคลังสินค้า หลังลูกค้าแห่เช่าเพียบ ดันอัตราการใช้พื้นที่ทะยาน 90% คาดได้ข้อสรุปชัดเจนเร็วๆนี้ ขณะที่บริการสายเดินเรือเข้าช่วงไฮซีซั่น ดันรายได้ไตรมาส 4/61 ร้อนแรง มั่นใจผลงานสิ้นปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายโต 20%

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่า ในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการลงทุนเช่าพื้นที่เพื่อจัดตั้งคลังสินค้าเคมีฯ แห่งใหม่ โดยวางเป้าหมายจะขยายพื้นที่อีกประมาณ 5,000 – 10,000 ตารางเมตร คาดว่าได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเร็วๆ นี้

โดยจากเดิมที่บริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมไทคอนฯ แล้วประมาณ 20,000 ตารางเมตร แต่ด้วยความต้องการที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในตอนนี้พื้นที่คลังสินค้าดังกล่าวมีอัตราการใช้ (utilization) อยู่ที่ 90% แล้ว เบื้องต้นมีความสนใจในพื้นที่โซนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กำลังพิจารณาที่จะลงทุนในรูปแบบของการเซ็นสัญญาเช่าคลังสินค้าระยะยาว และลงทุนในด้านอุปกรณ์ รวมถึงระบบออโตเมชั่นต่างๆ เป็นต้น

ขณะที่การให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานดอนเมืองที่เพิ่งเริ่มดำเนินการไปนั้น ตอนนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และมองว่าในช่วงไตรมาส 4/2561 จะเห็นการขยายตัวที่ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตัวเลขผู้ใช้บริการสายการบินในท่าอากาศยานดอนเมืองที่เติบโต และจะเห็นภาพการเติบโตที่เด่นชัดสุดในปี 2562 เป็นต้นไป เนื่องจากรับรู้รายได้เข้ามาอย่างเต็มปี

ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2561 เชื่อว่าจะมีการเติบโตที่ค่อนข้างโดดเด่น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนจากความต้องการใช้คลังสินค้าค่อนข้างมาก แม้ว่าไม่มีลูกค้ารายสำคัญอย่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด แต่บริษัทก็ยังคงมีการปรับตัวต่อสถานการณ์ และเร่งหาธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงบริการด้านการขนส่งที่ครอบคลุมความต้องการลูกค้ามาทดแทนสัดส่วนที่หายไปได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

อีกทั้ง จากการให้บริการสายการเดินเรือกับพันธมิตรรายใหญ่ รีเซา พอร์ต (ฮ่องกง) จากประเทศจีน ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงของธุรกิจได้มากขึ้น ปัจจุบันธุรกิจขนส่งทางเรือบริษัทได้เพิ่มบริการด้านบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มเติม คาดว่าจะช่วยสนับสนุนปริมาณการใช้ตูคอนเทนเนอร์เพิ่มขึ้นเป็น 500 ตู้เล็กต่อสัปดาห์ จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 300 ตู้เล็กต่อสัปดาห์ และช่วยให้ธุรกิจดังกล่าวมีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญสูงกว่า 50% นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ มองว่าช่วงเทศกาลสิ้นปีส่งผลให้กลุ่มลูกค้า E-Commerce จะเร่งส่งสินค้ามากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ จากการลงทุนในธุรกิจการให้บริการเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ บริษัทจะเริ่มรับรู้กำไรจากการเข้าลงทุนในบริษัท DG Packaging ในสิงคโปร์ที่สัดส่วน 50% ได้ในไตรมาส 4/2561 นี้ และคาดว่ารับรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภายในปี 2562 เฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท จากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาส่งผลให้บริษัทยังมีความมั่นใจว่าการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2561 นี้ จะไม่น้อยกว่า 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักจะมาจาก E-Commerce เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้มีความต้องการการขนส่งระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งในธุรกิจขนส่งทางอากาศ (Air Freight) จากการที่คู่ค้าสายการบินมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

รวมทั้งบริษัทยังมีความสนใจที่จะขยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักในยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคเอเชียทั้งในรูปแบบการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุนกับพันธมิตร (JV) อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีเป้าหมายการขยายการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวเฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 1 ดีล ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการศึกษาการลงทุนในธุรกิจการบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า (Logistics Management) เพิ่มเติม คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในช่วงต้นเดือนมกราคม 2562