SCB ประกาศแผน3ปี ดิจิทัลดันแบงก์ผงาด

ทันหุ้น-SCB ได้ฤกษ์เก็บเกี่ยว หลังลงทุนดิจิทัล ชูแผน 3 ปี (2562-2564) มุ่งเน้นการเติบโตธุรกิจหลัก ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตประมาณ 5-7% เน้นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูง คุมเข้ม NPL ที่ระดับ 2.8-2.9% พร้อมตัังเป้าเพิ่มฐานลูกค้ารายได้สูง ราว 20-25% เดินหน้าขยายฐานลูกค้าดิจิทัลเพิ่มเป็น 12 ล้านราย ลั่นQ1/62 ปล่อยกู้สินเชื่อผ่านดิจิทัล

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ธนาคารวางแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2562-2564) โดยมุ่งเน้นการต่อยอดจากโครงการ SCB Transformation และยุทธศาสตร์ตีลังกา โดยจะนำขีดความสามารถใหม่ด้านดิจิทัลและข้อมูลมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงมุ่งเน้นการลงทุนสำหรับอนาคต โดยมีแนวทางการดำเนินงานใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การเติบโตในธุรกิจหลักของธนาคาร และการลงทุนสำหรับอนาคตโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ปี62สินเชื่อโต6-7%

สำหรับการเติบโตในธุรกิจหลัก ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผู้ใช้งานดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านรายในปี 2562 และยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้อยู่บนช่องทางดิจิทัลมากขึ้น โดยคาดว่าในปีหน้าปริมาณธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นเป็น 65% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 55%

ส่วนการเติบโตด้านสินเชื่อ ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโตประมาณ 5-7% หรือคิดเป็นเม็ดเงินจากสินเชื่อปล่อยใหม่ราว 1-1.2 แสนล้านบาท จากปี 2561 ที่คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตราว 6% จากเป้าหมายที่ 6-8% เนื่องจากมีการปรับพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยลงให้เหมาะสมกับภาวะอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง

โดยปัจจุบันธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อ แบ่งเป็น สินเชื่อรายย่อยประมาณ 50%, สินเชื่อผู้ประกอบการขยาดใหญ่ 35% และสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ราว 15%

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปี 2562 ธนาคารจะพยายามรักษาระดับให้อยู่ที่ประมาณ 2.8-2.9% เมื่อเทียบกับ NPL ของอุตสาหกรรมที่ 3% ส่วนการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญคาดว่าจะปรับตัวลดลงจากปีนี้ แต่เป็นการปรับลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากยังมีการปรับเพิ่มขึ้นตามสินเชื่อที่ขยายตัว ซึ่งธนาคารมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม

“เราคาดว่าแนวโน้มการดำเนินงานของธนาคารในปี 2562 จะดีกว่าปีนี้ โดยจะเน้นการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคล และสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดเล็กซึ่งให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง” นายอาทิตย์ กล่าว

คิกออฟดิจิทัลแลนดิ้ง

นอกจากนี้ ธนาคารยังคงให้น้ำหนักในการลงทุนสำหรับอนาคตผ่าน Disruptive business model เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด (Exponential growth) โดยผ่านรูปแบบการจับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเพื่อให้ธนาคารสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นนำและนำมาต่อยอดปรับใช้กับธุรกิจธนาคารได้ รวมถึงธนาคารได้ตั้งแผนก SCB10X ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ในองค์กร มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างผลิตภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์ผ่านโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าจะเปิดตัวบริการทางการเงินบนช่องทางดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ เช่น การขออนุมัติสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล สินเชื่อสามารถปรับได้ตามใจลูกค้า ในช่วงไตรมาส 1/2562 โดยคาดว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลรูปแบบใหม่จะสนับสนุนให้ธนาคารสร้างรายได้ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดภาระค่าใช้จ่ายอีกด้วย

ขณะที่การเติบโตจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Julius Baer กลุ่มธุรกิจบริการไพรเวทแบงกิ้งชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในการให้บริการกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (Ultra HNW) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมสร้างประสบการณ์บริการที่สะดวกและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Private และ Affluent โดยธนาคารตั้งเป้าเพิ่มจำนวนฐานลูกค้า Wealth 20 – 25% และเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Wealth AUM) 8 – 10% ในปี 2562