BM ปั๊มรายได้ปีหน้าโต20% ลุ้นออร์เดอร์ต่างแดน300ล.

ทันหุ้น – BM ลุ้นรับออเดอร์ใหม่จากสหรัฐฯมูลค่าราว 300 ล้านบาท คาดสรุปภายในเดือน ธ.ค. 2561 นี้ เล็งรับงานซับคอนเทรคตู้สื่อสาร USO NET เฟส 2  มูลค่า 170 ล้านบาท  ปักธงรายได้ปี 2562 เติบโต 10- 20% จากปีนี้ คาดทำสถิติใหม่ กำ Backlog แน่น 500 ล้านบาท พร้อมรับรู้ปีนี้บางส่วน

นายธีรวัต อมรธาตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจารับงานผลิตเฟอร์นิเจอร์เหล็กมูลค่าราว 300 ล้านบาท เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐ ฯ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ธ.ค. 2561 นี้ โดยใช้วัตถุดิบหลักเป็นเหล็กรีดร้อน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI รวมถึงเตรียมรับงานซับคอนเทรคตู้สื่อสาร USO NET เฟส 2 ประมาณ 10,000 ตู้ มูลค่า 170 ล้านบาท

อีกทั้งบริษัทยังได้ลงทุนในบริษัท เอ็ม อี ซี ที จำกัด หรือ MECT ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า-สื่อสาร ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย โดยได้มีการเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 391,250 หุ้น ราคาหุ้นละ 388.86 บาท มูลค่าที่ตราไว้ 100 บาท รวมมูลค่าการลงทุน 152.14 ล้านบาท ในสัดส่วนการถือหุ้นราว 20%

โดยมองแนวโน้มในปี 2562 งานด้านเสาสื่อสารมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น ส่วนธุรกิจอื่นๆ อาทิ กลุ่ม Contractor หรือผู้รับเหมา คาดจะเติบโตในระดับที่ดี สอดคล้องกับงานท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน และงานรถไฟฟ้าที่ทยอยออกมา

ออเดอร์จ่อเพียบ

ด้านรายได้ปี 2561 คาดว่าจะเติบโต 10-20% จากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 846 ล้านบาท เนื่องจากมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 500 ล้านบาท โดยคาดจะรับรู้รายได้ปีนี้บางส่วน และในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตกว่าช่วงครึ่งปีแรก หลังจากได้รับออเดอร์งานในส่วนของเสาสื่อสารโทรคมนาคม รวมทั้งได้รับออเดอร์งานในธุรกิจอื่น ๆ ที่มากขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/61 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 34.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.92 ล้านบาท หรือเติบโต  98.95% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.10 ล้านบาท ส่งผลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 42.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.79 ล้านบาท หรือเติบโต  29.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 33.16 ล้านบาท

รายได้ปี62โต20%

ส่วนรายได้ในปี 2562 คาดว่าจะเติบโต 10-20% จากปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวเลขรายได้สูงสุดใหม่แก่บริษัท รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ อาทิ การเลือกตั้ง หรือการลงทุนโครงการต่างๆ มีความชัดเจนและเป็นไปตามโรดแมป คาดว่าจะช่วยสนับสนุนธุรกิจของบริษัทให้เติบโตสูงขึ้น

ด้านการลงทุนเพิ่มในหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของ บริษัท นิตโต้ โตเกียว เทรดดิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 7.14 ล้านบาท โดยรวมเงินลงทุนอยู่ที่ 9.60 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 48% จากเดิม 41% ของทุนเรียกชำระแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างออกแบบโรงงาน เเละคาดว่าเริ่มก่อสร้างโรงงาน เเละเเล้วเสร็จภายในปี 2562  และการร่วมทุนดังกล่าวจะทำให้บริษัทมีสินค้าเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก อีกทั้งบริษัทมองเห็นโอกาสในการจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้ามากขึ้น หลังผู้ประกอบการต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมาก