กสิกรชี้เศรษฐกิจปี62ไม่หมู สงครามการค้ากดจีดีพีโต4%

ทันหุ้น – ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2561 ดีขึ้นกว่า 4% ขานรับมาตรการกระตุ้นการบริโภค ท่องเที่ยวฟื้น การลงทุนเอกชนขยายตัว พร้อมประมาณการจีดีพีปี 2562 อยู่ที่ 4% จากปีนี้หั่นเป้าลงมาที่ 4.3% หลังส่งออก-ท่องเที่ยวแผ่ว

ดร.ศิวัสน์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวในงานเสวนา “จับอุณหภูมิเศรษฐกิจปี 62…หมูจริงหรือไม่?”ว่า ในปีหมู หรือปี 2562 มองว่าคงไม่หมูมากนัก เนื่องจากสงครามการค้าจะมีผลกระทบกับภาคส่งออกของไทยมากขึ้นกว่าที่เห็นในปีนี้ โดยการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและจีนคงจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในระยะเวลาที่กำหนด ประเด็นนี้จะรบกวนบรรยากาศการค้าโลกตลอดทั้งปี และคาดว่าจะมีผลกระทบต่อมูลค่าการค้าของไทยราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ฯ

นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนในประเด็น Brexit สถานการณ์การคลังของอิตาลี และความผันผวนของค่าเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เช่น ตุรกี อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินโลกต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะที่หลายธนาคารกลางในกลุ่มประเทศดังกล่าวมีกระสุนที่จำกัดมากขึ้นหลังขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว

สงครามการค้ากดดัน

ด้านนางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ประเด็นสงครามการค้าโลกดังกล่าว จะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กระทบตัวเลขส่งออกไทยในปี62 เมื่อผนวกกับผลของฐานจะทำให้เห็นตัวเลขการส่งออกที่ 4.5% เทียบกับ 7.7%ในปี 61 ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโตที่ 4% ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนมาช่วยเสริม เพื่อให้สามารถชดเชยโมเมนตัมของภาคต่างประเทศที่ผ่อนแรงลงได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ หากเป็นไปอย่างราบรื่นจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการใช้จ่ายและลงทุนของประเทศ รวมถึงความต่อเนื่องของการผลักดันงบประมาณปี 63 ช่วยให้การใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจนถึงครึ่งปีหลัง

ขณะที่นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า นอกจากการใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐแล้ว ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยติดตามที่สำคัญ ทั้งนี้ กนง.มีโอกาสมากที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของปีนี้ เช่นเดียวกับเฟดที่ประชุมวันเดียวกัน หลังมีการส่งสัญญาณจาก ธปท.อย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ขณะที่ปีหน้า กนง.ยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีก แต่น่าจะเป็นในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้ง

การปรับดอกเบี้ยแบงก์ในครึ่งปีแรกคงเน้นไปที่อัตราเงินฝากประจำพิเศษ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านและกู้รถที่มีระยะค่อนข้างยาวไม่ใช่เป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป เพราะสภาพคล่องยังมีอยู่มาก ขณะที่แรงส่งสินเชื่อจะชัดเจนในครึ่งปีหลังมากกว่า แต่ด้วยเศรษฐกิจที่มีแรงส่งลดลงทำให้สินเชื่อปี62 ขยายตัว 5% ชะลอลงจาก 6%ในปีนี้ ส่วนNPLของระบบธนาคารไทยและต่างชาติมีโอกาสแตะระดับสูงสุดใหม่ในปี62 ก่อนแตะ 2.98%สิ้นปี62 จาก 2.91%สิ้นปี61 เพราะNPLมักปรับตัวตามเศรษฐกิจราว 6 เดือน โดยสินเชื่อ SMEและบ้านยังเป็นกลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

ค้าปลีก-รพ.-ก่อสร้างดี

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ โรงพยาบาลเอกชน และก่อสร้างภาครัฐในปีหน้าเป็นกลุ่มที่ยังมีการขยายตัวที่ดี แม้การเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซอาจมีผลต่อมาร์จิ้นฝั่งผู้ขายเมื่อมีความลงตัวของระบบที่เกี่ยวข้อง แต่โดยรวมธุรกรรมออนไลน์น่าจะยังเติบโตสูงตามเทรนด์การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่วนธุรกิจที่ชะลอตัวปีหน้า ได้แก่ เกษตร รถยนต์ และอสังหาฯ โดยธุรกิจอสังหา ได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมสินเชื่อของแบงก์ชาติที่เร่งการโอนท้ายปีนี้ถึงไตรมาส 1/62 และการปรับขึ้นดอกเบี้ยทำให้คาดว่ายอดโอนอสังหาเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลหดตัว 7.6%-3.6% จากที่มองว่าจะเติบโต 14.1%ในปี61 แต่ยอดค้างขายคงไม่เพิ่มขึ้นมากเพราะผู้พัฒนาอสังหาจะระมัดระวังการเปิดตัวโครงการใหม่มากขึ้น