“LS” ยื่นไฟลิ่งเข้าmai แต่งตั้งKGIนั่งที่ปรึกษา หวังคืนเงินกู้-ขยายธุรกิจ

ทันหุ้น – “LS”ยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai เสนอขายหุ้นไอพีโอ 132.43 ล้านหุ้น หวังนำเงินระดมทุน ชำระคืนเงินกู้ซื้อโรงงานหมอน จ.ระยอง ก่อสร้างโชว์รูม ขยายธุรกิจ แต่งตั้ง บล.เคจีไอนั่งที่ปรึกษาทางการเงิน-ผู้จัดการการจัดจำหน่าย

นางปทุมพร ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลเท็กซ์ ซิสเทมส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LS เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยโดยมี KGI เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย ซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายที่นอน หมอน และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติ 100% โดยโครงสร้างรายได้งวด 9เดือนปี61มาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติแบบไม่ติดตราสินค้าผลิตให้กับผู้ค้าส่งและผู้ประกอบการโรงงานประกอบที่นอน 96.82% และ 2.37%จากธุรกิจผลิตจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ที่เหลือเป็นรายได้อื่น 0.81% โดยมีแผนขยายตลาดภายใต้ตราสินค้าของบริษัทมากขึ้น โครงสร้างการถือหุ้นก่อนเสนอขายหุ้นดังนี้ TRUBB ถือ 56.17%,กลุ่มวงศาสุทธิกุล ถือ 19.17% กลุ่มวรประทีป 10%, กลุ่มเต็มฤทธิกุลชัย 8%, กลุ่มศรีหิรัญรัศมี 2%, ผู้ถือหุ้นเดิมรายอื่น 4.66% ภายหลังการขายหุ้น IPO สัดส่วนผู้ถือหุ้นกลุ่มดังกล่าวลดลงเหลือ 39.64%, 13.53%, 7.06%, 5.65%, 1.41% และ 3.29% ตามลำดับ

นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า LS ได้ยื่นขออนุญาตเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 132.43 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 29.43% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยจัดสรรหุ้นให้ผู้ถือหุ้น TRUBB ตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นดังกล่าวจำนวนไม่ต่ำกว่า 10% แต่ไม่เกิน 20% หรือไม่เกิน 26.48 ล้านหุ้น และเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปไม่ต่ำกว่า 80% แต่ไม่เกิน 90% หรือไม่เกิน 119.18 ล้านหุ้น

สำหรับผลประกอบการปี58-60 มีรายได้ 399.52 ล้านบาท , 429.40 ล้านบาท และ 753.47 ล้านบาทตามลำดับขณะที่งวด 9เดือนปี61 มีรายได้ 664.30 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 121.40 ล้านบาท มีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นเฉลี่ย 34.83% และอัตราส่วนกำไรสุทธิ 18.27% จากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าชาวจีน, เกาหลีใต้ที่นิยมผลิตภัณฑ์เครื่องนอนที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติ 100% โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมที่ใช้เพื่อลงทุน ซื้อโรงงานในจังหวัดระยองเพื่อขยายกำลังการผลิตหมอน, ก่อสร้างโชว์รูม, ขยายธุรกิจในอนาคต และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน