DIMET คิดใหญ่รุกพลังงาน เล็งเป้าลุยโซล่าร์รูฟทำเงิน

ทันหุ้น – บอสใหญ่ DIMET “ดร.ปัญญา บุญญาภิวัฒน์” เล็งศึกษาแนวทางเข้าสู่ธุรกิจพลังงานข้ามชาติ  รุกกิจการโซล่าร์รูฟท็อปทำเงิน เชื่อสร้างฐานอนาคตแกร่ง เร่งเครื่องดันผลงานฟื้น  จับตาแนวโน้นงวดไตรมาส 2/2561 มีสัญญาณแจ่มเหตุสู่ ไฮซีซันดันยอดขายสีกระฉูด

นายปัญญา บุญญาภิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการเข้าลงทุนธุรกิจพลังงาน โดยการลงทุนเล็งไปที่บริษัทต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจติดตั้งและจำหน่ายอุปกรณ์โซล่าร์รูฟท็อป  คาดเห็นความชัดเจนได้เร็วๆนี้ สำหรับธุรกิจดังกล่าวมองว่าจะช่วยสร้างโอกาสด้านผลตอบแทนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทได้ในอนาคต

ลุยธุรกิจใหม่เสริมทัพ

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสีอุตสาหกรรม รวมถึงการเข้าลงทุนบริษัท ไอเจน เอนจิเนียริ่ง จำกัด (IGE) โดยบริษัทเข้าไปซื้อหุ้นสามัญเดิมของ IGE จาก บริษัท อิเล็กทริค โซลูชั่นส์ (เอส) พีทีอี ลิมิเต็ด (ES) จำนวนสัดส่วน 14% ทั้งนี้ IGE ดำเนินธุรกิจจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งแรงสูงและแรงต่ำ งานรับเหมาก่อสร้างสถานีโรงไฟฟ้าย่อย และมีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันอีก 2 บริษัท คือ บริษัท ไอเจน พาวเวอร์เทค จำกัด ซึ่ง IGE ถือหุ้นอยู่ 51% และบริษัท สยายไบโอ เจนเนอเรชั่น 1 จำกัด ซึ่ง IGE ถือหุ้นอยู่100%

“ภาพรวมในอนาคต DIMET จะมีธุรกิจมาจาก 3 ส่วน คือ ธุรกิจผลิตและขายสี ธุรกิจรับเหมาจาก IGE และธุรกิจพลังงาน คาดว่าในอนาคตสัดส่วนรายได้จากการผลิตและขายสีอาจจะปรับตัวลดลง เพราะ IGE เองก็มีงานในมือค่อนข้างสูง รวมถึงธุรกิจการติดตั้งและขายอุปกรณ์โซล่ารูฟก็มีแนวโน้มที่ดีทั้งประเทศและต่างประเทศถือเป็นการสร้างโอกาสในการขยายลงทุน” ดร.ปัญญา กล่าว

ปั๊มผลงานฟื้น

นอกจากนี้ในส่วนของแผนการตลาดบริษัทจะเร่งทำโฆษณาสินค้า เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย และผลักดันยอดขายให้เติบโตตามเป้า โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายงวดปี 251-2562 ที่ 500 ล้านบาท จากงวดปีก่อนที่ 278.88 ล้านบาท ซึ่งงวดไตรมาส 1 บริษัทมียอดขายแล้ว 63.42 ล้านบาท บริษัทคาดแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสงวดไตรมาส 2/2561-2562 (ต.ค.-ธ.ค.61) จะเติบโต และมีทิศทางผลประกอบการที่ดีกว่างวดไตรมาส 1/2561-2562 ที่ผ่านมา (ก.ค.-ก.ย.61) เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของการจำหน่ายสี

อีกทั้งบริษัทจะพยายามผลักดันภาพรวมผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวกจากงวดไตรมาส 1 มีผลขาดทุน 11.15 ล้านบาท หลังจากบริษัทมีการปรับโครงสร้างองค์กร และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ทำให้บริษัทมองว่ามีโอกาสที่ผลประกอบการจะพลิกฟื้นกลับมาได้

อย่างไรก็ดีดร.ปัญญา กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจะเร่งจำหน่ายสินค้า หรือสีอุตสาหกรรม รวมถึงสีป้องกันไฟ และสินค้าในกลุ่ม CARBOLINEมากขึ้น และจะเน้นการเข้ารับงานในส่วนของโปรเจ็กต์ ซึ่งคาดว่าจะเห็นโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ อาทิ รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าความเร็วสูง ในการลงทุนต่างๆ โดยบริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย  และเชื่อว่าทิศทางการเติบโตของกลุ่มสีทางอาคารงวดปี 2561-2562 น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%