‘DELTA’ ออเดอร์ไหลเข้า วางเป้ารายได้ปี62โต20%

ทันหุ้น – DELTA ยิ้มรับลูกค้าใหม่-เก่าเรียงคิวยื่นออเดอร์ล้นมือ ดันรายได้ปี 2562 เติบโตกว่า 20% ขยายกำลังผลิตโรงงาน ไทยและอินเดียเพิ่มสอดรับอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องชิ้นส่วนยานยนต์ขยายตัว

นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ หรือ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2562 เติบโตไม่น้อยกว่า 20% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจดีขึ้นส่งผลให้ลูกค้าผู้ประกอบการมีการขยายการผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทได้รับความสนใจจากลูกค้ารายเดิมและรายใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทมีความสนใจและมองหาโอกาสในการขยายตลาดใหม่ๆต่างประเทศเพิ่มขึ้นส่งผลให้มีโอกาสได้รับออเดอร์จากลูกค้ารายใหม่เข้ามามากในปีหน้าและมีบางส่วนที่รับเข้ามาในช่วงปลายปีนี้

โดยปัจจัยขับเคลื่อนยอดขายหลักๆมองว่ายังคงมาจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะยอดขายในกลุ่มเพาเวอร์ซัพพลายมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรม (Standard Industrial Power Supplies หรือ IPS) รองลงมาคือเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Solutions) เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องต่อทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง

เดินหน้าอัพกำลังผลิต

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาทางบอร์ดบริหารได้มีการอนุมัติเงินลงทุนก่อสร้างโรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขนาด 5,732 ตารางเมตร (โรงงาน 7) มูลค่าประมาณ 939 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยใช้ เงินหมุนเวียนจากการดำเนินงานของบริษัทโดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงโรงงานในเมือง Krishnagiri ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเพื่อขายภายในประเทศขนาด 87,370 ตารางเมตร และส่งออกขนาด 117,858 ตารางเมตร เบื้องต้นประเมินงบก่อสร้าง 6,514 ล้านอินเดียรูปี(ประมาณ 93.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,051 ล้านบาท) เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอินเดียที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนแหล่งเงินทุนมาจากการใช้กำไรจากการดำเนินงานของบริษัท โดยจะทำการลงทุนด้วยการเพิ่มทุนผ่านบริษัทย่อยในสิงค์โปร์ Delta Energy Systems (Singapore) Pte Ltd และเพิ่มทุนต่อไปยัง Delta India Electronics Pvt Ltd

โดยในเบื้องต้นบริษัทคาดว่าการลงทุนขยายโรงงานแห่งใหม่ทั้งในประเทศไทยและอินเดียจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมทดสอบประสิทธิภาพสายการผลิต (Test run) ได้อย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายไตรมาส 1/2562 หรือช้าที่สุดไม่เกินปลายไตรมาส 2/2561 ทั้งนี้การขยายกำลังผลิตใหม่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ผลงานสดใส

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมในไตรมาส 4/2561 บริษัทมองว่ายังคงมีทิศทางการเติบโตที่ดีสอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการขยายไปยังตลาดใหม่ๆใน ต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสได้รับออเดอร์จากลูกค้ารายใหม่เข้ามาบางส่วน และจะเห็นภาพที่ชัดขึ้นในปี 2562 ส่วนประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่คลายความกังวลลงนั้น บริษัทมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรม และเชื่อมั่นว่าศักยภาพการผลิตที่มีประสิทธิภาพ นวัตกรรมที่ทันสมัย รวมถึงคุณภาพของสินค้าที่ดีในราคาที่เหมาะสมจะเป็นตัวดึงดูดลูกค้าได้อย่างดี

“แผนงานปี 2562 เรามีเป้าหมายการเติบโตของรายได้จะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้มีการรุกขยายไปยังตลาดใหม่ๆ ต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ในปีหน้านี้เรามีโอกาสได้รับออเดอร์จากลูกค้ารายใหม่เข้ามามากขึ้นในปีหน้านี้”นายอนุสรณ์ กล่าว