CHOเปิดพอร์ตรับทรัพย์งานล้นมือเร่งส่งมอบ

ทันหุ้น – CHO ลุ้นโค้งสุดท้ายโตเเรง ดันรายได้ปี2561เติบโตมากกว่า 20 % ระบุโปรเจ็กต์ในมือเพียบ ลุยประมูลงานใหม่หวังขยายพอร์ต Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 4,055 ล้านบาท โชว์แผนปี 2562 เร่งส่งมอบรถลำเลียงอาหารให้กับลูกค้ากลุ่มการบิน,เตรียมประมูลงานใหญ่อีกเพียบ

นายนิติธร ดีอำไพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน  บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO เปิดเผยว่า ทิศทางผลประกอบการไตรมาส 4/2561 คาดจะเติบโตใกล้กับไตรมาส 3/2561 ที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทจะทยอยรับรู้รายได้ตามการส่งมอบรถลำเลียงอาหารให้กับลูกค้ากลุ่มการบินจำนวน 8 คัน มูลค่า 41 ล้านบาท รวมถึงบริษัทเตรียมส่งมอบรถเมล์ NGV ให้ ขสมก.จำนวน 202 คัน แบ่งเป็น 102 คัน ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561  และมีกำหนดนัดหมายส่งมอบรถเมล์ล็อตถัดไปจำนวน 100 คัน กลางเดือนธันวาคม 2561  ส่วนล็อตสุดท้ายจำนวน 187 คัน มีกำหนดส่งมอบประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยทยอยรับรู้รายได้มาจำนวนหนึ่งเเล้ว ในช่วงก่อนหน้านี้ซึ่งจะสามารถส่งหมอบได้ 489 คัน ตามแผนที่วางไว้

รายได้โตมากกว่า 20%

ด้านรายได้ปี 2561 บริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตมากกว่า 20 % หรือเติบที่ระดับ 2,000 ล้านบาท ประเมินจากผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,977.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 810.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 69.38% และมีกำไรสุทธิ 83.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 124.47 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 301.49% ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าออกแบบพิเศษเช่นเดียวกัน และมี EBITDA เท่ากับ 190.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 158.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 483.42%

สำหรับธุรกิจปี 2562 บริษัทก็มีแผนเดินหน้าการส่งมอบรถลำเลียงอาหารให้กับลูกค้ากลุ่มการบินอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้า อาทิ การบินไทย , แอร์เอเซีย, สายการบินประเทศสิงค์โปร์ และเกาหลี รวมถึงบริษัทได้ รับรู้รายได้จากการค่าซ่อมบำรุงรถเมล์ NGV และการติดตั้ง E-Ticket ซึ่งจะเป็นการรับรู้ตามสัญญายาวในระยะ 10 ปี และ 5 ปีตามลำดับ และยังเตรียมเพิ่มศูนย์ซ่อมรถบรรทุก “สิบล้อ 24 ชั่วโมง ”2 แห่งในปี 2562 ซึ่งปัจจุบันมี 1 แห่งที่แหลงฉบัง จังหวัด ชลบุรี  คิดเป็นมูลค่าราว 40 – 60 ล้านบาทต่อหนึ่งศูยน์

ประมูลงานเติม Backlog

ล่าสุดบริษัทได้เข้าประมูลงานรับซ่อมปืน จากกระทรวงกลาโหม จำนวน 22 กระบอก มูลค่ากว่า 429.61 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยส่งมอบและรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปี จากนี้หรือประมาณ 8 – 10 กระบอกต่อปี นอกจากนี้ยังเตรียมประมูล โดยบริษัท เคแอลอาร์ที จำกัด หรือ KLRT ทำธุรกิจขนส่งสินค้าและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่บริษัทถือหุ้นอยู่จำนวน 49.00% เตรียมเข้าประมูลงาน ในปี 2562 ประกอบรถไฟฟ้ารางเบาในจังหวัด ขอนเเก่น มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2563 – 2564

นอกจากนี้บริษัทมีปริมาณงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 4,055 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 เป็นต้นไป และอยู่ระหว่างรอลุ้นผลประมูลงานใหม่อีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ บริษัท อมรรัตนโกสินทร์ จำกัด หรือ ARK โดย CHO ถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 99.97 บริษัทลูกยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรผู้ประกอบการเดินรถโดยสาร ในเขตกรุงฯเเละปริมณฑลราว 40 ราย เพื่อบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางอัจฉริยะ (SMART BUS) โดยการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเดินรถเดิม และการจัดการข้อมูลที่ได้จากระบบโดยการวิเคราะห์ด้วยระบบที่ทันสมัย โดยใช้การระดมทุนสมัยใหม่ในทุกรูปแบบ และจะขยายธุรกิจไปสู่ต่างประเทศ คาดได้ข้อสรุปทั้ง 40 รายในปี 2562