ผู้บริหาร CMC พร้อมใจซื้อหุ้น มั่นใจพื้นฐานดี LTV ไม่กระทบ

ผู้บริหาร บมจ.เจ้าพระยามหานคร (CMC) พร้อมใจกันซื้อหุ้นเพิ่ม ประกาศมั่นใจพื้นฐานแกร่ง กำไรโตแรง และไม่ได้รับผลกระทบจาก LTV

กลุ่มผู้บริหาร บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC นำโดย นายแพทย์วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และทีมคณะผู้บริหาร ได้แก่ นางสาวนิธิดา รัชตารมย์และนางสาวกรวรรธน์ หิรัญรุจิพงศ์พร้อมใจกันซื้อหุ้น CMC เพิ่มในช่วง 3 วันแรกที่หุ้น CMC เข้าเทรด ด้วยเหตุที่ตนมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานที่ดีของบริษัทและผลประกอบการณ์ที่เติบโต โดยผลประกอบการสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2561 บริษัทฯมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่ 1,058 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 165% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่ 70 ล้านบาท

ยิ่งกว่านั้นอัตรากำไรสุทธิ (เน็ตมาร์จิ้น) เพิ่มกว่าเท่าตัวเป็น 12.03% จาก 5.83% ทั้งนี้บริษัทฯมีความเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมาย นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯได้พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการในงวด 9 เดือนและกำไรสะสม จำนวน 7 สตางค์ต่อหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นทุกราย โดยวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผล (Record Date) คือวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561”

นายแพทย์ วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC กล่าวเสริมว่า “บริษัทฯมั่นใจว่าปีหน้าผลประกอบการจะเติบโตจากการรับรู้ รายได้ของโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอนและโครงการระหว่างก่อสร้างมูลค่ากว่า 5,538 ล้านบาท และที่สำคัญ CMC น่าจะไม่ได้ผลกระทบจากนโยบาย LTVของธนาคารแห่งประเทศไทยเนื่องจากบริษัทฯ มุ่งเน้นลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังแรก และราคาขายส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 2-4 ล้านบาท ตรงกันข้าม จากกระแสดังกล่าวคาดว่า อาจทำให้ลูกค้ารีบทำการโอนคอนโดมีเนียมเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งบริษัทฯกำลังออกโปรโมชั่นกระตุ้นการขายอย่างแรง”

CMC ได้รับเงินจากการ IPO ในครั้งนี้ จำนวน 750 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะนำเงินจำนวน 400 ล้านบาทไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะสามารถลดภาระดอกเบี้ยในปีหน้าได้อย่างมีนัยยะสำคัญนอกจากนี้ จะใช้เงิน 250 ล้านบาทในการพัฒนาโครงการและซื้อที่ดินเพิ่มเติมและใช้เงิน 63 ล้านบาทเพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทฯ ทั้งนี้บริษัทฯคาดว่าภายหลัง IPO อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) จากปัจจุบันที่ประมาณ 1.6 เท่า จะลดลงเหลือเพียง 1 เท่า โดยหลังจากการเพิ่มทุนกลุ่มแพทยานันท์ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะถือหุ้น 75% และนักลงทุนถือหุ้น 25%

ที่มา : บจ.แบรนด์เวลท์
รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com