ASL มอง SET พุธนี้สีแดง

ASL Fundamental Talk

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้: ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดที่ 1,612.03 จุด ลดลง 24.45 จุด (-1.49%) โดยมีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค ท่ามกลางปริมาณซื้อขายที่ยังคงเบาบาง โดยนักลงทุนยังคงขายทำกำไรหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย

รวมไปถึงนักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน นอกรอบก่อนการประชุม G20 (30 พ.ย. – 1 ธ.ค.) ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง การเคลื่อนไหวสำคัญของหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันก่อนมีดังนี้ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด KBANK SCB PTT CPALL ADVANC // หุ้นถูกชอร์ตเซล KBANK SCB มีแรงชอร์ตเด่น // NVDR ซื้อสุทธิ SCB BBL BDMS สวนทางแรงขายสุทธิ KBANK // Big lot: SCB-F มูลค่า 303 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 134.17 บาทต่อหุ้น

ASL Stock Highlight สัปดาห์ก่อน: PLANB HMPRO III BJC JWD

>> พุธนี้สีแดง <<
แนวโน้มการลงทุนวันนี้: ฝ่ายวิเคราะห์ ASL ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ มีโอกาสที่จะปรับตัวลง เป็นผลของแรงกดดันจากปัจจัยต่างชาติเป็นหลัก โดยตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงกังวลกับผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลง สอดคล้องกับที่ Goldman Sachs ได้ออกรายงานทิศทางการลงทุนประจำปี 2562 โดยแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสด และเลือกลงทุนในหุ้น defensive ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มปลอดภัย

โดยให้ความเห็นว่าเงินสดจะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถแข่งขันกับหุ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูง และให้ผลตอบแทนไม่มากนัก ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ และแรงกดดันจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน (สภาพัฒน์รายงานตัวเลข GDP 3Q61 ออกมาอยู่ที่ 3.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.2%) ตามตัวเลขการส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวลงไป จากการกีดกันการค้า ค่าเงินหยวนอ่อนค่า และโศกนาฏกรรมเรือล่มที่ภูเก็ต

นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจหดตัว ยังส่งผลให้ตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์ของน้ำมันโลกปรับตัวลง สวนทางกับกำลังผลิตของกลุ่มประเทศใหญ่ๆ ทั้งสหรัฐฯ และ OPEC+ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยวานนี้ราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลงกว่า 6.6% กดดัน Sentiment การลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะเดียวกันดัชนี CBOE VIX ก็ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบเดือน สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่มีความมั่นใจที่จะกลับเข้ามาลงทุนในเร็ว ๆ นี้ // ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความคืบหน้าของการพบกันระหว่างผู้นาสหรัฐฯ และจีนในที่ประชุม G20 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. – 1 ธ.ค. โดยสัญญาณที่ออกมาจากก่อนหน้ายังคงไม่ชัดเจน และสร้างความกังวลให้กับตลาดมาก

กลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน: ยังคงแนะนำให้นักลงทุนเลือก Selective Buy โดยเน้น (1) กลุ่ม Domestic Play แม้ GDP 3Q61 จะเติบโตในอัตราชะลอตัว แต่มีโอกาสกลับมาฟื้นตัวในช่วง 4Q61 (2) กลุ่มที่ได้ประโยชร์จากโครงการ EEC ทั้งผู้รับเหมา วัสดุก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม (3) สะสมหุ้นพื้นฐานดีบางตัวยัง Laggard อยู่ โดยเราเลือก AOT CPALL PLANB UTP SCC STEC SEAFCO AMATA และ WHA

รอบด้านวานนี้

ตลาดทุน
ตลาดหุ้นสหรัฐ – Dow Jones Industrial Average (DJI) ปิดล่าสุดที่ 24,465.64 จุด ลดลง 551.80 จุด (-2.21%) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับเชิงลบหลัง Goldman Sachs ออกรายงานทิศทางการลงทุนประจำปี 62 แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสด ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูง และให้ผลตอบแทนไม่มากนัก ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ และแรงกดดันจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ตลาดหุ้นยุโรป – Stoxx Europe 600 ล่าสุดปิดที่ 351.06 จุด ลดลง 4.05 จุด (-1.14%)

กระแสเงินทุน

ตลาดหุ้น – นลท.ต่างชาติกลับมาขายสุทธิ 2.2 พันล้านบาท หลังซื้อสุทธิจำนวน 4 ร้อยล้านบาทในวันก่อนหน้า

ตลาดฟิวเจอร์ – นลท.ต่างชาติ SHORT สุทธิ 13,562 สัญญา

ตลาดค่าเงิน – เงินบาทปิด 32.96/97 บาท ระหว่างวันแกว่งแคบ ไร้ปัจจัยกระทบ

ตราสารหนี้ – วันทำการที่ผ่านมามี NET INFLOW 4,809 ล้านบาท

สินค้าโภคภัณฑ์

ราคาน้ำมันดิบ – WTI ส่งมอบเดือน ธ.ค. 61 ล่าสุดปิดที่ 53.39 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 3.77 เหรียญต่อบาร์เรล (-6.60%) ราคาน้ำมันยังปรับตัวลง หลังรัสเซียแสดงท่าทีไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการร่วมกันปรับลดกำลังผลิตน้ำมัน ขณะที่ท่าทีของ OPEC ยังคงปรับลด หลังประธาน OPEC และเลขาธิการ OPEC ออกมาให้ความเห็นว่า สมาชิกจะมีมติสนับสนุนการปรับลดการผลิตน้ำมันมากถึง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 62 ในการประชุมวันที่ 6 ธ.ค. เพื่อสร้างความสมดุลต่อตลาดน้ำมัน

ค่าการกลั่น – Singapore GRM ล่าสุดอยู่ที่ 5.57 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.28 เหรียญต่อบาร์เรล

ทองคำ – COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 61 ล่าสุดปิดที่ 1,221.40 เหรียญต่อออนซ์ ลดลง 2.60 เหรียญต่อออนซ์ (-0.21%) ตลาดทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยนักลงทุนจับตาการพบปะกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผุ้นาจีน นอกรอบการประชุม G20 (30 พ.ย. – 1 ธ.ค.) ซึ่ง 2 ผู้นำอาจมีการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงทางการค้า

ราคาถ่านหิน – Newcastle Coal ส่งมอบเดือน ธ.ค. 61 ล่าสุดปิดที่ 99.45 เหรียญต่อตัน ลดลง 1.10 เหรียญต่อตัน (-1.09%)

ไอเดียการลงทุน

ASL Investment Idea: เน้น Selective 7 ไอเดียการลงทุน เป้า SET ปี 61 ที่ 1,732-1786 จุด

1. High Dividend – GLOW(Div.Yld. 7.3%) TVO*(Div.Yld. 7.3%) LH*(Div.Yld. 7.3%) QH*(Div.Yld. 7.0%) DIF*(Div.Yld. 6.9%) ASK*(Div.Yld. 6.7%) และ INTUCH*(Div.Yld. 6.0%)

2. Laggard Play – เก็งกำไรระยะสั้นหุ้นที่มีโอกาสเกิด Sector Rotation หลังทิศทางกลุ่ม Leader ดัชนีราคาหุ้นเริ่มเต็มมูลค่า เลือก BAFS(TP 50 บาท) AOT(TP 80 บาท) IRPC(TP 7.7 บาท) CPALL* TU* และ SCC*ที่ยังมี Upside เหลืออีกมาก

3. Domestic Play – ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทย CPALL* (TP 84.71 บาท) // BJC* (TP 69.17 บาท) // GLOBAL* (TP 21.38 บาท) // HMPRO* (TP 16.36 บาท) และ DCC* (TP 2.95 บาท)

4. Refinery -ค่าการกลั่นฟื้นตัว และราคาหุ้นที่มี Upside สูง IRPC (TP 7.7 บาท) // SPRC (TP 17 บาท) // TOP (TP 108 บาท) และ BCP (TP 42 บาท)

5. EEC – โครงการคืบหน้า เร่งเดินหน้าเปิดประมูลโครงการต่างๆ และพร้อมจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 62 ตามแผน ATP30* (TP 2.3 บาท) // AMATA* (TP 28.71 บาท) // WHA*(TP 4.75 บาท) และ JWD*(TP 9.9 บาท)

6. Election Rally – รับปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้ง PLANB(TP 8.5 บาท) BEM(TP 9.8 บาท) SCC*(TP 522 บาท) STEC*(TP 28.6 บาท) UNIQ*(TP 16.6 บาท) WHA*(TP 4.75 บาท) AMATA*(TP 28.71 บาท) CPALL*(TP 84.71 บาท) BJC*(TP 69.17 บาท) HMPRO*(TP 16.36 บาท)

7. DCA – หุ้นน่าสะสม HMPRO*(TP 16.36 บาท) GULF*(TP 74.13 บาท) AOT(TP 80 บาท) BAFS(TP 50 บาท) และ CPALL*(TP 84.71 บาท)

ประเด็นสำคัญวันนี้

จับประเด็นการลงทุน/ตัวเลขเศรษฐกิจ:
– กระทรวงการคลังเร่งพิจารณามาตรช็อปช่วยชาติ หวังกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปี
– กระทรวงพาณิชย์ยังมั่นใจส่งออกปี 61 – 62 โตตามเป้าหมายที่ 8%
– ครม.มีมติอนุมัติให้ยกเลิกค่าธรรมเนียม VOA เพิ่มอีก 4 ประเทศ รวมทั้งหมด 18 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจ(ไต้หวัน)
– ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือน ต.ค. ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น1.5% มากกว่าที่คาด

จับประเด็นเศรษฐกิจ:
– ติดตามตัวเลขการนำเข้า – ส่งออก ไทย 21 พ.ย.
– ติดตามยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน สหรัฐ 21 พ.ย.
– ติดตามสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ EIA สหรัฐ 21 พ.ย.

STOCK HIGHLIGHT

CPALL มองใกล้ ไกลก็ดี
– แนวโน้มผลประกอบการ 4Q61 เป็นบวก QoQ, YoY จาก (1) ปัจจัยหนุนจาก High Season ของธุรกิจ และ (2) การบริโภคภาคเอกชนยังคงเติบโตได้ดีโดย 3Q61 ที่ผ่านมาโต 5%YoY หนุนแนวโน้ม SSSG เป็นบวก

– มุมมองระยะยาวยังดีต่อเนื่องจากแผนการขยายสาขาปีละ 700 สาขา พร้อมธุรกิจใหม่ในการให้บริการขนส่งพัสดุตามสาขา โดยเริ่มต้นใน กทม. และเขตปริมณฑล รับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce

– มูลค่าเหมาะสมที่ 85.07 บาท (IAA Consensus // Upside 23.7%)

*หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ บล.ASL ยังไม่ได้ทำบทวิเคราะห์ Company Report โดยเราใช้ TP จาก IAA Consensus

**IAA Consensus ไม่มีการจัดทำบทวิเคราะห์

Source: ASL Research, Company, SET, IQ และ Biznews

ที่มา : บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด
รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com