CHO โปรเจ็กต์ในมือเพียบ ปูฐานธุรกิจโตก้าวกระโดด

ทันหุ้น – บอสใหญ่ CHO “สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย”  อวดโปรเจ็กต์ในมือเพียบ จับตาส่งมอบรถเมลล็อตสุดท้ายไม่เกินมีนาคม 2562 ส่วนธุรกิจปกติคาดโต 5-10% เชื่อผลงานปี2562โตก้าวกระโดด ส่งซิกแนวโน้มรายได้ปี2561เข้าเป้า 20% ชัวร์ พร้อมงบพลิกฟื้นแรง โชว์ 9 เดือนกวาดกำไรได้แล้ว 83.18 ล้านบาท

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO เปิดเผยว่า ในปี2562 ทิศทางรายได้จากธุรกิจเดิม หรือธุรกิจผลิตและติดตั้งระบบวิศวกรรมเกี่ยวกับยานยนต์ อาทิ รถ ลำเลียงอาหารในประเทศ ธุรกิจผลิตและติดตั้งระบบวิศวกรรมเกี่ยวกับยานยนต์ต่างประเทศจะเติบโตได้ 5-10% ซึ่งไม่รวม กับโปรเจ็กต์พิเศษที่บริษัทได้ประกาศการเข้าลงทุนผ่านเว็ปไซต์จากตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว

ล่าสุดคณะกรรมการบริษัท  (บอร์ด) มีมติอนุมัติลงทุนใน “บริษัท ออลเอส โฮลดิ้ง จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทที่จะจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อประกอบธุรกิจ ผลิตและประกอบรถ ดำเนินกิจการรถรับจ้างสาธารณะ กิจการเทคโนโลยีที่สนับสนุนกิจการรถรับจ้างสาธารณะ และกิจการ อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับรถรับจ้างสาธารณะ โดยบริษัทถือหุ้น 6.25% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด และจะเป็นผู้ประกอบรถดังกล่าว คาดจะเริ่มดำเนินธุรกิจได้ในช่วงปลายปี 2562 เบื้องต้นคาดจะผลิตจำนวนรถให้บริการราว 2,000 ครันในปีแรก

โปรเจ็กต์พิเศษเพียบ

อีกทั้งก่อนหน้านี้ ที่ประชุมบอร์ดได้มีมติอนุมัติลงทุน “บริษัท อมรรัตนโกสินทร์ จำกัด (ARK) โดยบริษัทถือหุ้นถือหุ้นในสัดส่วน 99.97% ทั้งนี้ บริษัท อมรรัตนโกสินทร์ จำกัด (ARK) ก่อตั้งเพื่อดำเนินธุรกิจบริหารจัดการรถโดยสารประจำทาง อัจฉริยะ (SMART BUS)

ขณะที่โปรเจ็กต์การร่วมทำงานระหว่าง SCN-CHO ในโครงการจัดหารถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซ ธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน ซึ่งกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO เป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานภาครัฐ ส่งมอบไป 100 คันแรกได้รับชำระเงินมาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นค่าตัวรถ 325  ล้านบาท และค่าซ่อมบำรุง 16 ล้านบาท จากนี้จะเตรียมส่งมอบรถล็อตถัดไปประมาณสิ้นเดือนนี้และกลางเดือนธันวาคม จำนวน 102 และ 100 คันตามลำดับ และส่วนล็อต สุดท้ายจำนวน 187 คัน มีกำหนดส่งมอบประมาณไม่เกินเดือนมีนาคม  2562 .

รายได้โตกระโดด

สำหรับโปรเจ็กต์และงานที่มีในอยู่ จะส่งผลต่อการเติบโตในแง่ผลประกอบการให้กับบริษัทในปี 2562 นอกจากนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากการค่าซ่อมบำรุงรถเมล NGV และการติดตั้ง E-Ticket ซึ่งจะเป็นการรับรู้ตามสัญญายาวในระยะ 10 ปี และ 5 ปีตามลำดับ ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปี 2562 จะเติบโตเพิ่มขึ้นสูงหรือเติบโตแบบก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับปีนี้ โดยคาดรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 20% และกลับมาเทิร์นอะราวน์เต็มตัว จากปีก่อนขาดทุน 19.50 ล้านบาท

โดยผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี2561บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,977.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 810.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 69.38% และมีกำไรสุทธิ 83.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 124.47  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 301.49%  ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าออกแบบพิเศษเช่นเดียวกัน และมี EBITDA เท่ากับ 190.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 158.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 483.42% ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณงานในมือที่มีอยู่ประมาณ 4,055 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 เป็นต้นไป  และอยู่ระหว่างรอลุ้นผลประมูลงานใหม่อีกจำนวนมาก