IIIธุรกิจคลังสินค้าบูมดันไตรมาส4โดดเด่น

ทันหุ้น – III ฟุ้งผลงานไตรมาส 4/2561 โดดเด่น เล็งขยายพื้นที่เช่าคลังสินค้าอันตรายเพิ่มราว 5,000-10,000 ตารางเมตร เตรียมสานฝันผุดโลจิสติกส์คอมเพล็กซ์ เปิดแผนปี 2562 ตั้งเป้ารายได้รวมโตไม่น้อยกว่า 15% เดินเกมรุกขยายลงทุนธุรกิจหลักและธุรกิจเกี่ยวเนื่องทั้งM&A และ JV คาดได้ข้อสรุปในปี2562ไม่น้อยกว่า 1 ดีล

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่าแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/2561 เชื่อว่าจะมีการเติบโตที่ค่อนข้างโดดเด่น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

จากความต้องการใช้คลังสินค้าค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำเนื่องจากไตรมาส 4/2560 บริษัทได้สูญเสียลูกค้ารายสำคัญ คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทำให้ยอดขายปรับตัวลง และคาดว่าในปีนี้จะสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้น และจากการขยายการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้บริการสายการเดินเรือกับพันธมิตรรายใหญ่ รีเซา พอร์ต (ฮ่องกง) จากประเทศจีน ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงของธุรกิจได้มากขึ้น

ปัจจุบันธุรกิจขนส่งทางเรือบริษัทได้เพิ่มบริการด้านบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มเติม คาดว่าจะช่วยสนับสนุนปริมาณการใช้ตูคอนเทนเนอร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 500 ตู้เล็กต่อสัปดาห์ จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 300 ตู้เล็กต่อสัปดาห์ และช่วยให้ธุรกิจดังกล่าวมีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญสูงกว่า 50% นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ มองว่าช่วงเทศกาลสิ้นปีส่งผลให้กลุ่มลูกค้า E-Commerce จะเร่งส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น

บริการคลังสินค้าบูม

ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนเช่าพื้นที่เพื่อจัดตั้งคลังสินค้าเคมีฯ แห่งใหม่ เบื้องต้นมีความสนใจในพื้นที่โซนอุตสาหกรรม EEC โดยจะเป็นการเซ็นสัญญาเช่าคลังสินค้าในระยะยาว และลงทุนในด้านอุปกรณ์ เป็นต้น บริษัทวางเป้าหมายจะขยายพื้นที่อีกประมาณ 5,000 – 10,000 ตารางเมตร คาดว่าภายในไตรมาส 4/2561 จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมไทคอนฯ รวม 20,000 ตารางเมตร และมีอัตราการใช้ (utilization) อยู่ที่ 90% แล้ว

สำหรับการให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานดอนเมืองที่เพิ่งเริ่มดำเนินการไปนั้น ตอนนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และยังสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทคาดว่าในปีหน้าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามตัวเลขผู้ใช้บริการสายการบินในท่าอากาศยานดอนเมืองที่เติบโต อย่างไรก็ตามจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาส่งผลให้บริษัทยังมีความมั่นใจว่าการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2561 นี้ จะไม่น้อยกว่า 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน

เปิดแผนลงทุน

โดยแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 เบื้องต้นยังมีความสนใจที่จะขยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักในยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคเอเชียทั้งในรูปแบบการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุนกับพันธมิตร (JV) ปัจจุบัน โดยบริษัทมีเป้าหมายการขยายการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวเฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 1 ดิล เพื่อเจาะตลาดการให้บริการขนส่งในประเทศอื่นเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในธุรกิจการบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า (Logistics Management) เพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายจะยกระดับการให้บริการโลจิสติกส์ให้เป็นศูนย์โลจิสติกส์คอมเพล็กซ์ (Logistics Complex) โดยมุ่งเน้นพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อย่างไรก็ดีบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผนการดำเนินงานและการลงทุนปี 2562 คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในช่วงเดือนมกราคม 2562

ส่วนแหล่งเงินลงทุนนั้น ในตอนนี้บริษัทก็อยู่ระหว่างมองหาสถาบันการเงินในประเทศเพื่อเข้ามารองรับการลงทุนที่จะเกิดจึ้น เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีเงินเหลือจากการระดมทุน (IPO) อยู่ที่ 188 ล้านบาท จากจำนวนเงิน IPO ทั้งสิ้น 780 ล้านบาท หลังเข้าลงทุนในบริษัท DG Packaging ประเทศสิงคโปร์ ในสัดส่วน 50%

สำหรับรายได้รวมในปี 2562 จะมีการเติบโตเฉลี่ยที่ไม่น้อยกว่า 15% จากปีก่อน โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักจะมาจาก E-Commerce เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้มีความต้องการการขนส่งระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งในธุรกิจขนส่งทางอาการ (Air Freight) จากการที่คู่ค้าสายการบินมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนผลการดำเนินงาน