หุ้นยั่งยืนจ่อรับโชคเสนอลดภาษีแทนLTF

ทันหุ้น – สภาธุรกิจตลาดทุน เสนอ รัฐลดภาษี 20% แต่ไม่เกินแสนบาท กองทุนที่ลงทุนในหุ้นยั่งยืน – อินฟราสตรัคเจอร์ เกิน 50% ของพอร์ต แทนลดหย่อนภาษีกองทุน LTF ที่จะสิ้นสุดปี 2562 ตั้งเงื่อนไขลงทุนยาว 10 ปี เปิดโผหุ้นได้ประโยชน์หากรัฐออกจริง หุ้นใหญ่ติดโผพรึบ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO เปิดเผยว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย นำเสนอ แนวทางพัฒนาการออมระยะยาวต่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยการขอให้สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนประเภทใหม่ ที่มีการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastucture Fund) และในหุ้นที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (THSI Index) รวมกันเป็น 50% ของพอร์ตการลงทุน

โดยได้เสนอให้ห้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นการให้สามารถขอคืนภาษีได้ส่วนหนึ่ง หรือ 20% ของเงินลงทุน แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท โดยจะต้องเป็นการลงทุนอย่างน้อย 10 ปี

ซึ่งกองทุนนี้จะเข้ามาทดแทนสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน LTF ที่จะสิ้นสุดปี 2562 และเป็นแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของกองทุน อีกทังนังช่วยภาครัฐบาลในด้านเงินทุนในการพัฒนาประเทศ

โอกาสทองหุ้นยั่งยืน

ด้านนายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์. ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่า หากรัฐบาลตอบรับข้อเสนอของสภาธุริกจตลาดทุนด้านการช่วยเหลือภาษีกองทุนที่ลงทุนในหุ้นยั่งยืน – อินฟราสตรัคเจอร์ จะเป็นเรื่องดี เนื่องจากการลงทุนใน LTF ที่ผ่านมามีเม็ดเงินจำนวนหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งหกมีการลดภาษี ก็จะช่วยทำให้มีการลงทุนในกองทุนหุ้นยั่งยืนได้มาก และเมื่อมีดีมานด์มากก็จะทำให้หุ้นเหล่านี้ มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นให้มีการให้ค่า PE ที่สูงขึ้นได้ แต่กองทุนต่างๆ ก็จะมีการคัดเลือกหุ้นที่มีการเติบโตด้วย

สำหรับหุ้นยั่งยืนในปี 2561 ล่าสุด มีจำนวนทั้งสิ้น 79 บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนในปี 2561 เป็น บริษัทจดทะเบียนใน SET 73 บริษัท และ mai 6 บริษัท อาทิ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรม CFRESH, CPF, GFPT, HTC, MINT, PM, STA, TVO กลุ่มสินค้าอุปโภค  S&J กลุ่มธุรกิจการเงิน BAY, BBL, KBANK, KKP, NSI, SCB, TISCO, TMB

กลุ่มสินค้าอุคสาหกรรม AH ,IRC, IVL, PCSGH, PTTGC, SAT, SNC, SSSC กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง AMATA, CK, CPN, DRT, LPN, PPP, PSH, SC, SCC, SPALI, SYNTEC, TASCO, TTCL กลุ่มทรัพยากร BAFS, BANPU, BCP, BGRIM, BPP , EA, EASTW, EGCO, IRPC, PTG, PTT, PTTEP, RATCH, SCG, TOP, TTW

กลุ่มบริการ AOT, BEM, BWG, CENTEL, CPALL, HMPRO, JWD, NYT, TBSP กลุ่มเทคโนโลยี ADVANC, DELTA, DTAC, INTUCH, PT, SYNEX, TRUE บริษัทใน mai ประกอบด้วย CHO, FPI, UAC, PPS, AGE, AKP

เทคโนโลยีดันตลาดทุนไทย

ด้าน ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการหารือ รองนายกรัฐมนตรี มีความสนใจที่จะผลักดันการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตลาดทุน เพื่อทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจการลงทุนมายิ่งขึ้น อาทิ การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลงทุน การใช้กองทุนรวม ที่จะทำให้นักลงทุนทำการลงทุนได้อย่างฉลาดและมีผู้ให้คำเเนะนำมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการการเชื่อมต่อตลาดทุนไทยกับตลาดเพื่อนบ้าน

“ตลาดหุ้นไทยถือว่ายังมีความแข็งแรงกว่าในหลายๆประเทศ เราได้รับผลกระทบจากการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ต้องทำให้นักลงทุนได้รับรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้แนะนำให้กับเรา” ดร.ภากรกล่าว

ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ทางภาครัฐได้ให้นโยบายไว้ว่า อยากเห็น ความเป็นดิจิตอลมากขึ้นในตลาดทุนไทย ซึ่งตอนนี้ได้มีกฎหมาย 2 ฉบับ ที่จะสามารถช่วยให้ความเป็นดิจิตอลเกิดขึ้นได้ และมีความปลอดภัย อันดับแรกคือ กฏหมาย Digital ID เพื่อยืนยันตัวตนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการซื้อขายในตลาดทุน และ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ เพื่อให้ความมั่นใจแก่นักลงทุนที่เข้ามาซื้อขาย

นอกจากนี้ยังควรหาแนวทางให้นักลงทุนในตลาดหุ้น ประสบผลสำเร็จมากขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการลงทุนมากยิ่งขึ้น อาทิ ผ่านการลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) ที่อยากให้มีมากยิ่งขึ้นในอนาคต