TEAMGขยายฐานสู่อาเซียนปีนี้นิวไฮ-ดีลงานใหม่2พันล.

ทันหุ้น – TEAMG คาดผลประกอบการปี 2561 ทำนิวไฮ หลัง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 92.58 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมรายได้อาจต่ำกว่าเป้าหมายที่ 10% เหตุโครงการรัฐส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ปัจจุบันตุนแบ็กล็อก 3,477 ล้านบาท เล็งรับรู้รายได้ไตรมาส 4/2561 ประมาณ 400 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2562 โต 10% ประมูลงานต่อเนื่อง หวังได้รับงานไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 2561 อาจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่ 10% หลังจาก 9 เดือน บริษัทมีการเติบโตเพียง 3% เนื่องจากโครงการก่อสร้างพื้นที่ของภาครัฐส่งมอบพื้นที่ล่าช้ากว่ากำหนด โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายชมพูและรถไฟรางคู่ ทำให้การรับรู้รายได้เลื่อนออกไป โดยบริษัทคาดว่าจะได้รับมอบพื้นที่ทั้งหมดและสามารถเข้าดำเนินการได้ภายในไตรมาส 4/2561

*ปีนี้ผลงานนิวไฮ

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมรายได้อาจต่ำกว่าเป้าหมาย แต่บริษัทคาดว่าผลประกอบการในปีนี้อาจจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) หลังจาก 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 92.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 72.23 ล้านบาท และใกล้เคียงกับกำไรสุทธิของปี 2560 ที่ทำได้ 98.68 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทสามารถบริษัทจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ 9 เดือน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.38% จากสิ้นปีก่อนที่ 6.1% ส่วนอัตรากำไรขึ้นต้นอยู่ที่ระดับ 33.86%

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/2561 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการทยอยส่งมอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทเตรียมเข้าไปรับงานเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ ประกอบกับงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งงานอาคารขนาดใหญ่ และงานโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะงานในประเภทกลุ่มคมนาคมระบบราง

*ลุยประมูลงานใหม่

โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 3,477 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2561 จำนวน 400 ล้านบาท และส่วนที่เหลือคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2562 ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานใหม่ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, ท่าเรือแหลมฉบัง และอาคารสำนักงานของภาครัฐ คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในต้นปีหน้า เบื้องต้นประเมินว่าจะได้รับงานไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

“สิ้นไตรมาส 3/2561 บริษัทยังมี acklog อยู่ที่ 3,477 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อเนื่อง จากงานโครงการภาครัฐ และงานก่อสร้างใน EEC ที่ทยอยออกมาอย่างเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นผลบวกกับบริษัท ซึ่งจะทำให้ได้รับงานเพิ่มมากขึ้น และยังวางแผนที่จะเข้ารับงานเมกะโปรเจกต์ภาครัฐไตรมาส 4/2561 เพื่อหนุนการเติบโตในอนาคต” นายชวลิต กล่าว

*ขยายฐานสู่อาเซียน

ขณะเดียวกันบริษัทยังศึกษาโอกาสขยายฐานลูกค้าออกไปในอาเซียนโดยร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งบริษัทยังวางแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัท โดยจะเดินหน้าขยายธุรกิจให้ครอบคลุม 10 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย บรูไน และสิงคโปร์ จากปัจจุบันที่ให้บริการใน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว เมียนมา และกัมพูชา