NDRกำไรQ3โตสนั่น640%มั่นใจผลงานปีนี้พลิกบวก

ทันหุ้น – NDR โชว์รายได้ Q3/61 อยู่ที่ 271.57 ล้านบาท พุ่ง 27.80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กวาดกำไร 13.76 ล้านบาท พุ่งแรง 640.98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังเดินหน้ารุกตลาดทั้งในประเทศและตลาดในประเทศมาเลเซียเต็มสูบ “ชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา” มั่นใจ ผลงานปีนี้พลิกเป็นบวก

นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2561 มีรายได้อยู่ที่ 271.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 212.50 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการรุกตลาดทั้งในประเทศและตลาดในประเทศมาเลเซีย โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2561 มีกำไรสุทธิ จำนวน 13.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 640.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.86 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 343.87% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.10 ล้านบาท

มั่นใจผลงานพลิกบวก

ทั้งนี้แม้ว่าผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของบริษัทจะยังมีผลขาดทุนสุทธิอยู่เป็นจำนวน 2.22 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายพิเศษในการเข้าซื้อกิจการในประเทศมาเลเซียในไตรมาส 1/2561 แต่ผลกำไรในไตรมาส 3/2561 ที่ผ่านมาก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าการเข้าซื้อกิจการที่ประเทศมาเลเซียเป็นการตัดสินใจที่จะทำให้บริษัทมีทั้งรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลประกอบการของบริษัทหลังจากนี้จะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นบวกได้

ทั้งนี้ ในไตรมาส 3/2561 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่  20.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8.66% และอัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.87% เพราะจำนวนยอดขายที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้เกิดประสิทธิภาพเชิงปริมาณ (economy of scale)

กรรมการผู้จัดการ NDR กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตมาอยู่ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20%  จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 830 ล้านบาท หลังจากผลประกอบการ 9 เดือนแรกทำได้ดี โดยมีรายได้อยู่ที่ 728.89  ล้านบาท

พ้นจุดต่ำสุดแล้ว

“NDR ได้ก้าวผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อไตรมาส 1/61 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นว่าเริ่มเห็นการพลิกกลับมาเป็นกำไรตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/61 เป็นต้นมาและเริ่มเด่นชัดในไตรมาส 3/61 โดยเพิ่มขึ้น 651.05%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้มั่นใจได้ว่าทิศทางของบริษัทหลังจากนี้จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแผนการรุกตลาดทั้งในประเทศและในประเทศมาเลเซีย จะส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปีนี้จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้” นายชัยสิทธิ์ กล่าว