MTCผุดสาขาหนุนโตยาวเดินแผนโรดโชว์ต่างชาติ

ทันหุ้น – MTC ฉายภาพผลงานไตรมาส 4/2561 ทุบสถิติใหม่ หลังเข้าไฮซีซัน มั่นใจรายได้-กำไรสุทธิ-ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2561 โตไม่ต่ำกว่า40% ตามการขยายสาขา เตรียมเดินสายโรดโชว์ 3 ประเทศ หวังเพิ่มสัดส่วน นักลงทุนต่างชาติ เป็น 11% จากปัจจุบัน 9%

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า บริษัทประเมินผลประกอบการในไตรมาส 4/2561 นี้ จะมีการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้และจะทำสถิติใหม่สูงสุดได้ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ และเทศกาลปีใหม่ทำให้ลูกค้ามีความต้องการจับจ่ายที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งจากปัจจัยกำลังซื้อภาคประชาชนเริ่มฟื้นตัวดี ราคาสินค้าเกษตรปรับเพิ่มสูงขึ้น

จากปัจจัยดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มความต้องการสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะยังมีทิศทางการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ ทำให้มั่นใจว่ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่รวมทั้งปี 2561 นี้ จะไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมถึงกำไรไตรมาส4น่าจะออกมาดีต่อเนื่องหลังจากไตรมาส 3/2561ทำกำไรสุทธิได้ 965 ล้านบาท โดยบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ กำไรสุทธิ และยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ จะมีการเติบโตได้ไม่น้อยกว่า40% ซึ่งเป็นผลจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 3.3 พันสาขา จากปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 3.2 พันสาขา

นายชูชาติ บอกว่า บริษัทมีเป้าหมายในปี 2562 ที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 600 แห่ง ส่งผลให้สิ้นปีหน้าจะมีสาขาเป็น 3.9 พันสาขา และแตะ 4.5 สาขาในปี 2563 ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินธุรกิจ 3 ปีที่บริษัทได้วางไว้ ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้บริษัทจะคุมไม่ให้เกิน 1.5%จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.27%

ด้านแผนการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไว้ที่ราว 35% จากปี 2561 นี้ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งอานิสงส์จากการเลือกตั้งที่จะส่งผลให้มีเงินสะพัดจำนวนมาก ซึ่งจะหนุนต่อการเติบโตของบริษัทเช่นกัน

พร้อมกันนี้ ในปี 2563 บริษัทประเมินรายได้รวมเบื้องต้นจะมีการเติบโตที่ไม่น้อยกว่า 30% พร้อมเล็งขยายธุรกิจไปต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ปัจจุบันยังเป็นเพียงการศึกษาข้อมูลการลงทุน โดยมองว่าการลงทุนนั้นอาจเป็นในรูปแบบของการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพ มากกว่าการลงทุนด้วยตนเองเพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจลง อย่างก็ดีบริษัทยังคงมองว่าในช่วงปี 2561-63 นี้ จะยังไม่มีการลงทุนในต่างประเทศ

ด้านต้นทุนทางการเงิน บริษัทมองว่า ในปีหน้ามีโอกาสที่ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มสูงขึ้น จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด โดยเฉพาะกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทยังคงทยอยออกหุ้นกู้เพื่อล็อคต้นทุนทางการเงิน ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะ 3-4 ปี

ขณะเดียวกันในช่วงเดือนธันวาคม 2561 นี้ บริษัทมีแผนเดินหน้าพบนักลงทุนในต่างประเทศ (Road show) รวม 3 แห่ง ประกอบด้วย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง เป็นต้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 11% จากปัจจุบันอยู่ที่ 9% อย่างไรก็ดีเนื่องด้วยนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามาถือหุ้นจะมีลักษณะการถือระยะยาว ซึ่งมองว่าจะเข้ามาช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับราคาหุ้น