AECโอนสาขาเกลี้ยงUOBเซ้งมาร์ฯ100ชีวิต

ทันหุ้น – สะเทือนวงการ บล.เออีซี โอนสาขาพร้อมมาร์เก็ตติ้งกว่า 100 ราย ยกล็อตให้ “ยูโอบีเคย์เฮียน” หันใช้โรบอทเทรดมากกว่า หลังขาดทุนมาต่อเนื่อง ด้าน ยูโอบีเคย์เฮียน จ่อขึ้นแท่นผู้เล่นรายใหญ่ เทียบ หยวนต้า – ฟินันเซีย วงการชี้ผลกระทบจากสงครามโบรกเกอร์กดดันธุรกิจหลักทรัพย์อ่วม ขณะที่มาร์เก็ตติ้งต้องปรับตัว

แหล่งข่าววงการตลาดทุน เปิดเผยว่า บริษัทหลักทรัพย์เออีซี (AEC) ได้มีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานอย่างหนัก โดยตัดสินใจโอนสาขาของบริษัทรวมถึงการโอนถ่ายมาร์เก็ตติ้งจำนวนนับร้อยรายออกไปให้กับ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคเฮียน สำหรับสาเหตุที่บริษัทหลักทรัพย์เออีซี ยกเลิกการดำเนินงานในส่วนสาขาออกไปนั้น เนื่องจาก ต้องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการลูกค้ามากกว่า ขณะเดียวกันยังเป็นการลดต้นทุนด้านบุคลากร และค่าเช่าสาขา

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์เออีซี เดิมคือ บริษัทหลักทรัพย์ยูไนเต็ด มีนายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยแหล่งข่าวระบุว่า แม้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากแต่ นายชนะชัย จะยังคงดำเนินงานในฐานะผู้บริหารของบริษัทต่อไป

ค่าเช่าสาขาปีละ11ล.

ปัจจุบัน บริษัทหลักทรัพย์เออีซี  สำนักงานใหญ่เลขที่ 63 อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ ชั้น 17 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 สิ้นปี 2560 และมีสาขาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดรวม 13 สาขา ลดลงจากปี 2559 ที่มี 14 สาขา โดยเป็นสาขาเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 7 สาขา ได้แก่ สาขาซอยศูนย์วิจัย สาขาสีลม สาขาปาร์คเวนเชอร์ อิโคเพล็กซ์ สาขามหาทุนพลาซ่า สาขาพหลโยธิน สาขาบางนา และสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์

และมีสาขาในต่างจังหวัดจำนวน 6 สาขา ได้แก่ สาขาเชียงใหม่-ถนนมหิดล สาขาเชียงใหม่-ถนนช้างคลาน สาขานครศรีธรรมราช สาขาหาดใหญ่ สาขาสระบุรีและสาขานครราชสีมา โดยบริษัทมีค่าเช่าเฉพาะสาขารวมทั้งสิ้นประมาณปีละ 11 ล้านบาท

ขณะที่ผลประกอบการของ AEC ที่ผ่านมาขาดทุนมาโดยตลอดปี 2557 มีกำไร 12 ล้านบาท ปี 2558 ขาดทุน 192.57 ล้านบาท ปี 2559 ขาดทุน 24.88 ล้านบาท ปี 2560 ขาดทุน 76.90 ล้านบาท และครึ่งปีแรก 2561 บริษัทขาดทุน 51.25 ล้านบาท

UOBขึ้นแท่นโบรกใหญ่

มาร์เก็ตติ้งบริษัทหลักทรัพย์เออีซีรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เออีซีได้มีการแจ้งเรื่องการโอนย้ายสาขาไปบริษัทหลักทรัพย์อื่นเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา และได้ข้อสรุปในการโอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์ยูโอบีฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสาขาต่างๆ ของ เออีซี จะเปลี่ยนป้ายเป็น ยูโอบีเคย์เฮียน ขณะที่มาร์เก็ตติ้งสาขาต่าง จำนวนกว่า 100 ราย รวมถึงมาร์เก็ตติ้งจากสำนักงานใหญ่บางส่วน ก็จะโอนย้ายไปเป็นพนักงานยูโอบีฯ ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ขณะที่ลูกค้าก็จะได้รับเอกสารการโอนย้ายเพื่อเซ็นยินยอม โดยมาร์เก็ตติ้งยังจะได้รับผลตอบแทนต่างๆ เท่าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโยกย้ายมาร์เก็ตติ้ง AEC มาสู่ ยูโอบีเคย์เฮียน จะส่งผลให้ ยูโอบีเคย์เฮียน ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับต้นๆ ของวงการบริษัทหลักทรัพย์เทียบเท่าหยวนต้า หรือ ฟินันเซียไซรัสได้ โดยมาร์เกตแชร์ของ UOB ปี 2561 ปัจจุบันอยู่ที่ 2.05% ขณะที่ AEC มีมาร์เก็ตแชร์ที่ 1.77% ดังนั้นมีโอกาสที่มาร์เก็ตแชร์ของ  UOB จะขึ้นไปแตะในระดับ 3.50%

ศึกโบรก-เทคโนฯทำเจ็บ

ด้านแหล่งข่าวนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุว่า การโอนย้ายมาร์เก็ตติ้งของ บล.เออีซี นั้น เป็นผลกระทบจากสงครามการแข่งขันของบริษัทหลักทรัพย์ที่รุนแรง โดยเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า และ เมย์แบงก์กิมเอ็ง เนื่องจากมีการจูงใจด้วยการลดค่าคอมมิชชั่น ไม่เพียงเท่านั้นในการให้ผลประโยชน์มาร์เก็ตติ้งจากเดิมมาร์เก็ตติ้งได้ 25-30% ก็มีการจูงใจให้ผลประโยชน์สูงถึง 40% ซึ่งทำให้การระยะยาวไม่เป็นผลดีต่อบริษัทหลักทรัพย์ ด้วยรายได้ที่ลดลง และต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้โดยวอลุ่มในระดับ 3-4 หมื่นล้านบาท เป็นระดับที่โบรกเกอร์อยู่ไม่ได้เหมือนในอดีต

ขณะเดียวกันมาร์เก็ตติ้งในยุคนี้ยังต้องเผชิญกับเทคโนโลยีโรบอทเทรด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องปรับตัว โดยจะต้องมีข้อมูลทางด้านพื้นฐานและข้อมูลวงในให้กับลูกค้ามากขึ้น