PIMOจ้องลงทุนแดนปลาดิบอัพกำลังผลิต-ดันยอดขายพุ่ง

ทันหุ้น – PIMO เล็งลงทุนขยายกิจการผลิตมอเตอร์ในประเทศญี่ปุ่น หวังดันกำลังการผลิต-ยอดขายพุ่ง ส่งซิกทิศทางผลประกอบการปีนี้ดีกว่าปีก่อน เร่งปั๊มรายได้โต 15-20% พร้อมเปิดกระเป๋ารับทรัพย์ BLDC เต็มๆ แย้มหากเดินเครื่องเต็มสูบหนุนรายได้พุ่งเท่าตัว

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมผลิตมอเตอร์ เปิดเผยว่า บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO อยู่ระหว่างศึกษาแผนการเข้าลงทุน ขยายกิจการผลิตมอเตอร์ประเทศญี่ปุ่น คาดจะเห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้ หาก PIMO สามารถเข้าลงทุนผลิตมอเตอร์ได้ตามแผนจะช่วยผลักดันกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งจะช่วยสร้างฐานยอดขายทั้งในและต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบัน PIMO มีกำลังการผลิตจากโรงงานเดิม หรือสินค้าปกติที่บริษัทได้ผลิตมาตั้งแต่เริ่มต้นมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 180,000 ลูกต่อเดือน

อัพกำลังผลิต BLDC

ส่วนโรงงานใหม่ หรือสินค้าที่ผลิตโดยโรงงาน BLDC ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 20,000 ลูกต่อเดือน โดยช่วงต้นปี PIMO มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงาน BLDC เพื่อรองรับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้าที่คาดว่าจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับราคาหุ้นของ PIMO มีความเคลื่อนไหว โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง 4 วันติด ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม -30 ตุลาคม 2561 ทั้งนี้ราคาปิดวันที่ 25 ตุลาคมอยู่ที่ 4.12 บาท ส่วนวันที่ 30 ตุลาคม ราคาปิดอยู่ที่ 4.50 บาท ขณะที่วานนี้ (31 ต.ค.61) ราคาปิด PIMO อยู่ที่ ……… เพิ่มขึ้น ………เปลี่ยนแปลง………. มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ …….. ระหว่างวันปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง……… ต่ำสุด……….

นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทมองทิศทางยอดขายทั้งปี 2561 คาดจะเติบโตดีและสูงกว่าปี 2560 เนื่องจากปี 2560 บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาในการเข้าลงทุนและขยายโรงงาน BLDC โดยคาดรายได้จะเติบโตประมาณ 15-20% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวยังไม่รวมกับการจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากโรงงาน BLDC

ดันรายได้พุ่งเท่าตัว

ทั้งนี้หากบริษัทสามารถเดินเครื่องผลิตและจำหน่ายสินค้ากลุ่ม BLDC เต็มกำลังการผลิต คาดว่าในอีก 4-6 ปีข้างหน้าจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือมียอดขายที่ 1,000-1,200 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้ที่ 500-600 ล้านบาท อีกทั้งคาดว่ามาร์จิ้นจะมีการเติบโตในทุกๆ ปี เนื่องจากสินค้ากลุ่ม BLDC มีมาร์จิ้นสูง เมื่อเทียบกับการผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ทั่วไป อนึ่งปี 2560 บริษัมียอดขาย 587.28 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 23.47 ล้านบาท ส่วน 6 เดือนแรกบริษัทมียอดขายอยู่ที่ 295.34 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7.79 ล้านบาท

บริษัทมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานใหม่ หรือสินค้าที่ผลิตโดยโรงงาน BLDC อีกเท่าตัว จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 20,000 ตัวต่อเดือน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้าต่างประเทศที่คาดว่าจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์จากลูกค้าประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วจำนวน 20,000 ลูกต่อเดือน

ส่วนงบลงทุนในการเพิ่มกำลังการผลิต ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาการลงเครื่องจักร ว่าจำเป็นต้องเพิ่มส่วนใดบ้าง เบื้องต้นคาดงบลงทุนคร่าวๆ น่าจะอยู่ประมาณ 50-100 ล้านบาท ขณะที่กำลังการผลิตจากโรงงานเดิม หรือสินค้าปกติที่บริษัทได้ผลิตมาตั้งแต่เริ่มต้นมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 180,000 ลูกต่อเดือน และคาดจะเพียงพอต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้า