“กลุ่มเกษตร-อาหาร” ASP ให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” พร้อมเสิร์ฟ 3 หุ้นน่าลงทุน

บล.เอเซีย พลัส ส่อง กลุ่มเกษตร-อาหาร ระบุ ราคากากถั่วเหลืองในตลาดล่วงหน้าสหรัฐฯ ณ วันที่ 25 ต.ค. 61 เท่ากับ 303.90 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ปรับลดลง 3.9% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

ราคากากถั่วเหลืองปรับลดลงจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากแนวโน้มผลผลิตถั่วเหลืองของสหรัฐฯ จะออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า เพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองมากขึ้น โดยบทวิเคราะห์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของสหรัฐฯ (USDA) ฉบับเดือนต.ค. 61 ได้คาดการณ์ส่วนเกินผลผลิตถั่วเหลืองปี 2561/62 อยู่ที่ 13.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากระดับสมดุลในปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มผลผลิตถั่วเหลืองโลกปี 2561/62 จะออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 9.5% yoy สู่ระดับ 369.5 ล้านตัน โดยแนวโน้มผลผลิตถั่วเหลืองจากอาร์เจนติน่าจะออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นถึง 50.8% yoy มาที่ 57 ล้านตัน ในปี 2561/62 จากปัญหาภัยแล้งคลี่คลาย และแนวโน้มผลผลิตถั่วเหลืองของสหรัฐฯปี 2561/62 จะออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 6.3% yoy มาที่ 127.6 ล้านตัน

ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อผู้ประกอบการอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของไทย ซึ่งมีต้นทุนกากถั่วเหลืองคิดเป็นสัดส่วน 30% ของค่าใช้จ่ายทางด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งหมด โดยราคากากถั่วเหลืองยังถือว่าอยู่ระดับค่อนข้างต่ำ และยังสอดคล้องกับสมมติฐานราคากากถั่วเหลืองเฉลี่ยปี 2561 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ จึงยังแนะนำซื้อ CPF (FV@B30) TFG (FV@B5) และ GFPT (FV’62@B16) ขณะที่ธุรกิจเป็ดของ BR (FV@B6) ยังฟื้นตัวช้าจึงแนะนำ Switch ไปลงทุน CPF แทน

ทั้งนี้ ราคากากถั่วเหลืองที่ปรับลดลงจะส่งผลลบต่อ TVO (Switch FV@31 บาท) เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์อิงกับราคาตลาดโลก และมีรายได้จากการขายกากถั่วเหลืองคิดเป็นสัดส่วน 60% ของรายได้รวม

กลุ่มเกษตร-อาหาร (น้ำหนัก : มากกว่าตลาด)
ราคาสุกรหน้าฟาร์ม ณ วันที่ 25 ต.ค. 61 เท่ากับ 60 บาท/กก. ทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า
ราคาสุกรหน้าฟาร์มทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากผลผลิตและการบริโภคสุกรยังทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน แต่คาดราคาสุกรจะทยอยฟื้นตัวตั้งแต่เดือนธ.ค. 61 เป็นต้นไป เนื่องจากประเมินว่าผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย และรายกลางที่มีปัญหาด้านสภาพคล่องทยอยลดการเลี้ยงสุกรลง หลังจากที่เผชิญปัญหาขาดทุนมานานราว 1 ปี

โดยประเมินว่าต้นทุนการเลี้ยงสุกรของผู้ประกอบการรายย่อยจะอยู่ที่ราว 64 บาท/กก. สูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ (CPF และ TFG) ราว 10-15% และแนวโน้มการบริโภคเนื้อสัตว์จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ซึ่งเป็นปกติของอุตสาหกรรมฯ

ราคาสุกรเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2561 เท่ากับ 54.58 บาท/กก. ปรับลดลง 5.0% จากราคาสุกรหน้าฟาร์มเฉลี่ยปี 2560 ต่ำกว่าสมมติฐานราคาสุกรเฉลี่ยปี 2561 ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ที่ 56 บาท/กก. เล็กน้อย แต่ฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาสุกรหน้าฟาร์มจะทยอยฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี 2561 โดย TFG และ CPF ประกอบธุรกิจสุกรในประเทศ 20% และ 14% ตามลำดับ

ฝ่ายวิจัยประเมินว่าแนวโน้มราคาสุกรจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2561-62 ส่งผลบวกต่อธุรกิจสุกร จึงแนะนำซื้อ CPF (FV@B30) และ TFG (FV@B5)

กลุ่มเกษตร-อาหาร (น้ำหนัก : มากกว่าตลาด)

ราคาไก่เป็น ณ วันที่ 25 ต.ค. 61 เท่ากับ 34 บาท/กก. ทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า

ราคาไก่เป็นทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน โดยการบริโภคเนื้อสัตว์ยังทรงตัวใกล้เคียงสัปดาห์ก่อน แต่คาดแนวโน้มราคาไก่เป็นจะทยอยฟื้นตัวตั้งแต่เดือนธ.ค. 61 เป็นต้นไป เนื่องจากมีช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หนุนการบริโภคเนื้อไก่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยปัจจุบันปริมาณไก่ปัจจุบันยังออกสู่ตลาดในระดับสูงอยู่ที่ 33-34 ล้านตัว/สัปดาห์ โดยราคาไก่ปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงต้นทุนการเลี้ยงไก่ของผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยอยู่ที่ราว 34 บาท/กก.

ทั้งนี้ ราคาไก่เป็นเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2561 เท่ากับ 34.40 บาท/กิโลกรัม ลดลง 10.4% จากราคาไก่เป็นเฉลี่ยปี 2560 ยังสอดคล้องกับสมมติฐานราคาไก่เป็นเฉลี่ยปี 2561 ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ที่ 34.0 บาท/กิโลกรัม

ฝ่ายวิจัยแนะนำเข้าลงทุน CPF (FV@B30) TFG (FV@B5) และ GFPT (FV’62@B16) จากราคาไก่ที่ฟื้นตัวในงวด 3Q61 และช่วง high season ของการส่งออกไก่สู่ต่างประเทศ หนุนธุรกิจไก่ฟื้นตัวชัดเจน

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com