เอ็กเรย์หุ้นพีอีต่ำ10 เปิดเคล็ด VI สอยหุ้น

ทันหุ้น- “ดร.นิเวศน์” กูรูวีไอ แนะนักลงทุนเลิกกลัวความผันผวน ชี้เป็นเรื่องธรรมดา ระบุควรโฟกัสการดำเนินธุรกิจมากกว่า  ย้ำเป็นจังหวะเฟ้นหุ้นดี พร้อมเผยเคล็ดลับส่องหุ้นฉบับวีไอ ด้านทีมงานทันหุ้นเอ็กเรย์หุ้นสุดถูกพีอีต่ำ10 –พื้นฐานแน่นปึ๊ก แถมอนาคตสดใส  ESSO-SF-QH-SAT เข้าวิน

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนคุณค่า เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น ว่า นักลงทุนไม่ควรใส่ใจสภาพแวดล้อมมากจนเกินไป เนื่องจากความผันผวนที่เกิดขึ้นขึ้นแรงลงแรง นับเป็นเรื่องปกติที่พบเจอในตลาดหุ้นอยู่แล้ว เช่นเดียวกับเรื่องราวการเมือง ต่างประเทศ สงครามการค้า หรือสงครามจริงๆ ก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่ตลาดหุ้นอยู่แล้ว

“เราต้องคาดการณ์ตลอดเวลาว่า ไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีการปรับแรง ซักพักก็จะปรับตัวกลับคืนมา คือไม่ต้องไปคิดว่าเป็นเรื่องอะไร โลกมันซับซ้อน และ การที่ตลาดหุ้นร่วงลงแรง ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เป็นโอกาส ที่จะได้ซื้อของถูกทำให้อนาคตมีผลตอบแทนที่ดีขึ้น แต่คนที่มีหุ้นอยู่ก็ต้องเจ็บตัวเดือดร้อน”

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาวก็ต้องดูว่า หุ้นถืออยู่มีกิจการดี ราคาที่เข้าไปถูกแล้วใช่หรือไม่ หากหุ้นลงมาอีกเหตุผลที่ขายก็น้อย เพราะพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก ถ้ามีเงินสดก็ดูว่าหุ้นที่สนใจลงมาจนกระทั่งน่าเข้าซื้อหรือยัง ถ้าพอใจก็เข้าซื้อเลย ทำได้ แต่สำหรับหุ้นบางตัวที่เรามองพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไป ราคาลงมาอาจจะต้องขายไป

ส่วนหลักการเลือกหุ้นนั้น จะต้องเลือกหุ้นที่เรามั่นใจว่า รายได้ กำไร ปันผลไม่ลดลง อย่างน้อย 3 ปีข้างหน้า และราคาหุ้นต่ำแล้ว เช่น พีอีต่ำกว่า 10 เท่า จะทำให้เราได้ผลตอบแทนดี เพราะแค่ปันผล 5-6% ก็คุ้มค่า อาจจะมีการเติบโตบ้างเล็กน้อย ถ้าเจอลักษณะนี้ก็ไม่ต้องกลัว ซื้อได้

ผู้สื่อข่าวรายงาน การสำรวจข้อมูลหลักทรัพย์หาหุ้นที่น่าสนใจ โดยมีเงื่อนไข อัตรากำไรต่อหุ้น (P/E) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 10 เท่า ประกอบกับ ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่ง รวมทั้งแนวโน้มผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งค่า P/E ดังกล่าวนั้นถือเป็นเกณฑ์ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้ในการตัดสินใจเข้าลงทุน

โผหุ้นP/Eต่ำ

พบว่าบริษัทที่ค่า P/E ต่ำในเงื่อนไขดังกล่าว ลำดับที่ 1 คือ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ผู้ประกอบกิจการโรงกลั่นปิโตรเลียม และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแบบครบวงจร (Integrated) นั้นมีตัวเลขค่า P/E ล่าสุด (อิงตัวเลข ณ 24 ตุลาคม 2561) อยู่ที่ระดับ 5.12 เท่า

ขณะที่ลำดับที่ 2 ได้แก่ บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SF ผู้ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าประเภทศูนย์การค้าแบบเปิด (Open-air Shopping Center) ชั้นนำของไทย โดยมีตัวเลข P/E ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 7.66 เท่า ส่วนลำดับถัด คือ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมชั้นนำของ พบว่า มีตัวเลข P/E อยู่ราว 8.74 เท่าส่วน ลำดับที่ 4 คือ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT ผู้ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนสำหรับ อุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น รถยนต์นั่ง รถปิคอัพ รถบรรทุก และ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตร โดยกลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ ผู้ประกอบยานยนต์ (Original Equipment Manufacturer “OEM”) ทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้นมีค่า P/E อยู่ที่ 9.85 เท่า

ESSO-SFเด่นน่าสอย

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST กล่าวว่า หุ้น ESSO ทางฝ่ายวิเคราะห์ประเมินราคาเป้าหมายที่ระดับ 17.50 บาท หลังแนวโน้มที่ดีจากค่าการกลั่นยังอยุ่ในระดับที่ดี โดยล่าสุดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นถึงระดับ 8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 3/2561 อีกทั้งทิศทางของธุรกิจปิโตรเคมีของ ESSO ที่มีผลขาดทุนก็มีโอกาสจะพลิกเป็นกำไร เพราะตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 3/2561 ราคาพาราไซลีนเพิ่มขึ้นกว่า 14% และมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า จำกัด กล่าวเสริมว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น SF ให้ราคาเป้าหมาย 9.65 บาท เพราะแนวโน้มอัตราค่าเช่าพื้นที่ขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่ง ส่วนหุ้นของ QH นั้นฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมาย 3.74 บาท เพราะคาดกำไรครึ่งหลังปี 2561 จะเติบโตกว่าครึ่งแรกปีนี้ ผลมาจากแผนการโอนคอนโด Q สุขุมวิทในไตรมาส 4/2561 ซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงถึง 3 พันล้านบาทเข้ามาช่วยสนับสนุน

อีกทั้งยังให้มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น SAT เพราะธุรกิจมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ประกอบกับฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปีนี้จะขยับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 874 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีก่อน เพราะยอดผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัวและธุรกิจได้รับออเดอร์จากคูโบต้ามากขึ้น