SCB-BBL-BAY อวดกำไรQ3ตามนัด ขานรับสินเชื่อ-ค่าธรรมเนียมหนุน

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า SCB อวดกำไรไตรมาส 3/2561 แตะ 1.05 หมื่นล้านบาท ตามโบรกคาด ดัน 9 เดือนทะลุ 3.3 หมื่นล้านบาท ตามสินเชื่อแข็งแกร่ง BBL โชว์กำไรไตรมาส 3/61 แตะ 9,029.88 ล้านบาท ดันกำไรงวด 9 เดือนพุ่ง 11% แตะ 2.72หมื่นล้านบาท ขานรับรายได้เพิ่ม ด้าน BAY ย้ำเป้าสินเชื่อทั้งปี 2561 โต 8-10% หลังผลงานไตรมาส 3/2561 มีกำไร 6.2 พันล้านบาท

* * SCB ฟันกำไรตามนัด

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารSCB เปิดเผยว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3/2561 ที่ 10,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากช่วงเดียวกันของปี ส่วนงวด 9 เดือนปี 2561 มีกำไรสุทธิ 32,984 ล้านบาท ลดลง 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่มีรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสก่อน และ 0.1% จากปีก่อน เป็นจำนวน 34,722 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 24,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากสินเชื่อที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนเงินฝากอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 10,332 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 9.5% จากปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล และการลดลงของรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย การลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนหนึ่งได้รับการชดเชยจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเงินลงทุน และกำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ

 

* * BBL โชว์ 9 เดือนโต 11%

ส่วน BBL ไตรมาส 3/2561 มีกำไรสุทธิ 9,029.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2560 มีกำไรสุทธิ 8,161.31 ล้านบาท โดยงวด 9 เดือนปี 2561 มีกำไรสุทธิ 27,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 92,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% ซึ่งมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.6% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.38% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 15.7% จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ กำไรสุทธิจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมจากบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักทรัพย์ ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 42.1%

ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,021,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2560 จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ สินเชื่อลูกค้าบุคคล และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.6 ขณะที่เงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารมีจำนวน 151,515 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่เพียงพอรองรับความไม่แน่นอนและกฎเกณฑ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้น

 

* * BAY ย้ำสินเชื่อปีนี้โต 8-10%

ด้านนายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร BAY เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวด กำไรสุทธิ ประจำไตรมาส 3/2561 มีกำไรสุทธิ 6,214.61 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 6,014.13 ล้านบาท

ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2561 มีกำไรสุทธิ 1.87 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นสอดรับเงินให้สินเชื่อโตและการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย รวมทั้งการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ด้านสินเชื่อเพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2560

โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของสินเชื่อลูกค้ารายย่อยในทุกกลุ่ม สินเชื่อลูกค้าบรรษัทญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC) และสินเชื่อลูกค้าธุรกิจ SME ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 162.1% ระดับสูงสุดตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในเอเชีย

สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 2561 ในกรณีมาตรการกีดกันทางการค้าและผลกระทบยังอยู่ในวงจำกัด ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่ชัดเจนขึ้น และการเพิ่มขึ้นของรายได้โดยรวม ด้วยสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้น กอปรกับปัจจัยด้านฤดูกาลสำหรับสินเชื่อเพื่อลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อเพื่อธุรกิจในไตรมาสที่ 4 ดังนั้น ธนาคารคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อทั้งปี 2561 จะอยู่ในกรอบ 8-10%

 

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com