DTACฉายเดี่ยวคลื่น900อัพแกร่งส่วนแบ่งตลาด

ทันหุ้น – DTAC ตัดสินใจเข้าประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม2561 หวังหนุนความแข็งแกร่งในตลาด ขณะที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ  และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือDTAC  กล่าวว่าคณะกรรมการบริษัทได้มีการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดสำหรับดีแทคจากการดำเนินงานมาตลอดระยะเวลา 28 ปี เพื่อเข้าประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับกลยุทธ์ของดีแทคในระยะยาว และเป็นการยกระดับคุณภาพโครงข่ายสู่การสร้างความมั่นใจในการให้บริการอย่างต่อเนื่องแก่ลูกค้าทั่วประเทศ  โดยมั่นใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของดีแทคในตลาด และสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตของดีแทค

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC กล่าวว่า การประมูลคลื่น 900 MHz เป็นโอกาสสำคัญที่ดีแทคจะได้คลื่นความถี่เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาเสริมกับกลยุทธ์ระยะยาวของดีแทค และเป็นผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าที่จะได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และจะใช้โอกาสนี้อย่างดีที่สุด เพื่อแข่งขันให้ได้ส่วนแบ่งอย่างเหมาะสมในตลาดที่กำลังเติบโตของประเทศไทยต่อไป

โดยบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ได้เข้ายื่นเอกสารประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ซึ่งเป็นผู้เข้าประมูลรายเดียว โดยมีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz  โดยการประมูลจะจัดขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2561 สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในครั้งนี้จะมีขนาด 2×5 MHz และราคาประมูลเริ่มต้นที่ 3.79 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลาอนุญาต 15 ปี

ไตรมาส3ขาดทุน

สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส3/2561 บริษัทขาดทุนสุทธิ 921.48 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 600.66 ล้านบาท ส่วนผลดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2561 มีกำไรสุทธิ572.36 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,572.58 ล้านบาท

โดยในไตรมาส 3/2561 บริษัทมีฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 21.3 ล้านเลขหมาย ลดลงกว่า 313,000 เลขหมายอันเป็นผลจากการลดลงของฐานลูกค้าระบบเติมเงิน โดยจำนวนลูกค้าระบบเติมเงินอยู่ที่ 15.3 ล้านเลขหมาย ลดลงกว่า 404,000 เลขหมาย อันเป็นผลจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและแคมเปญการเปลี่ยนลูกค้าจากระบบเติมเงินเป็นระบบรายเดือน อย่างไรก็ดีฐานลูกค้าระบบรายเดือนมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 6 ล้านเลขหมายอันเป็นผลจากจำนวนลูกค้าระบบรายเดือนที่เพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 92,000 เลขหมายในไตรมาสนี้ซึ่งชะลอตัวลงจากไตรมาส 2/2561 ที่มีจำนวนลูกค้าระบบรายเดือนเพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 154,000 เลขหมาย จากความไม่แน่นอนในเรื่องการหมดอายุสัญญาสัมปทาน

ทั้งนี้สัดส่วนของฐานลูกค้าระบบรายเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 28% ของฐานลูกค้าทั้งหมดและยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ไม่รวมIC) อยู่ที่ระดับ 247 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 0.7% จากไตรมาสก่อนอินเทอร์เน็ตมาแรง

ทางการใช้งานอินเทอร์เน็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปริมาณการใช้งานภายใต้การโรมมิ่งบนโครงข่าย 4G บนคลื่น 2300 MHz ของทีโอทีโดยปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยต่อเลขหมายผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น เป็น 8.8 กิกะไบต์ต่อเดือนในไตรมาสนี้ในขณะที่สัดส่วนผู้ใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนอยู่ที่ 77%เพิ่มขึ้นจากระดับ 72% เมื่อไตรมาส 3/2560 และจากระดับ 76% เมื่อไตรมาส 2/2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้จำนวนผู้ใช้บริการ 4G มีจำนวน 9.3 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 43% ของฐานลูกค้ารวม ในขณะที่จำนวนอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 4G ในโครงข่ายมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 62% ของฐานลูกค้ารวม

ฟิทช์ มองบวก

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating) และอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินในประเทศ (Long-Term Local-Currency Issuer Default Rating) ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ที่ ‘BBB’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของ DTAC ที่ ‘AA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่ ‘F1+(tha)’

การประกาศคงอันดับเครดิตสะท้อนถึงการคาดการณ์ของฟิทช์ว่า DTAC จะยังคงสามารถรักษาอัตราส่วนกำไรต่อรายได้ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ถึงแม้ว่าสถานะทางการตลาดจะอ่อนแอลง แต่คาดว่า DTAC จะสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO-Adjusted Net Leverage) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.5 เท่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยFFO-Adjusted Net Leverage ของ DTAC น่าจะยังคงอยู่ในระดับประมาณ 1.5-2.0 เท่าในปี 2561 และ 2562 เนื่องจากเงินลงทุนในโครงข่าย และค่าคลื่นความถี่ที่ลดลง