กนอ.ลุยมาบตาพุดเฟส3WHA-AMATAที่ดินขายดี

ทันหุ้น – กนอ. สั่งลุยท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 มูลค่า 5.54 หมื่นล้านบาท คาดเปิดประมูลปลายเดือนต.ค.นี้ คาดรู้ผลพร้อมเซ็นสัญญาในเดือนก.พ.62 โบรกประเมิน AMATA-WHA ได้ประโยชน์มากสุด เหตุมีนิคมในพื้นที่รองรับการลงทุนครบวงจร จับยอดขายที่ดินปีหน้าเติบโตเพิ่มขึ้น

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 มูลค่า 5.54 หมื่นล้านบาท ได้ผ่านการเห็นชอบหลักการของโครงการจากคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาแล้ว พร้อมประกาศเชิญชวนนักลงทุนประมาณปลายเดือนตุลาคม 2561 และจะให้ภาคเอกชนยื่นซองประมูลประมาณเดือนมกราคา 2562

โดยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 คาดว่าจะประกาศผลการคัดเลือกภาคเอกชน และเซ็นสัญญาในเดือนเดียวกัน โดย กนอ.จะเร่งเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบให้ทันภายในปี 2568

นาย วิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 มูลค่า 5.54 หมื่นล้านบาท นั้นในแง่ของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับผลบวกข้างต้นโดยตรงได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA จะได้รับปัจจัยบวกเนื่องจากมีนิคมอยู่ในพื้นที่

*WHA  ชูนิคมครบวงจร

ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBS เปิดเผยว่า จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวก จากการเห็นชอบโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 น่าจะเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เนื่องจากมีนิคมเหมราช ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว น่าจะทำให้เป็นนิคมที่เต็มรูปแบบและครบวงจรมากที่สุด

โดยบทวิเคราะห์  KTBS ได้ออกบทวิเคราะห์ถึงหุ้น WHA จากความชัดเจนของการเลือกตั้งและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใน EEC และคาดว่าจะประมูลรวมถึงประกาศ TOR ในช่วงไตรมาส 4/2561 ซึ่งถือว่าเป็นไฮซีซันของการลงทุนจะหนุนความเชื่อมั่นในด้านการลงทุน, การคมนาคม และทำให้ให้ยอดขายที่ดินในนิคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ซึ่งคงคำแนะนำ ซื้อ โดยมีการปรับราคาเหมาะสมขึ้นจาก 4.40 บาท เป็น 5.00 บาท (อิง PBV ปี 2562 ที่ 2.6 เท่า เทียบเท่า 3Yr AvgPBV + 1SD) โดยปรับ PBV ปี 2562 เพิ่มขึ้นจาก +0.5SD ตามความเชื่อที่ว่ายอดขายที่ดินจะกลับมาดีขึ้นตั้งแต่ ครึ่งปีหลัง 2561 ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการทยอยเปิดประมูลโครงการภาครัฐในพื้นที่ EEC

นอกจากนี้ปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อธุรกิจอื่นๆ ที่ลงทุนในเขตพื้นที่ EEC ผ่านแผนลงทุนร่วมกับภาคเอกชนระยะ 5 ปีแรก (2560-2564) 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ อาทิเช่น ผู้ประกอบการท่าเรือ หรือผู้ประกอบการบริหารท่าเรือ และในอนาคต และธุรกิจทางด้านโลจิสติกส์ ซึ่งก็คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้เช่นเดียวกัน

*PTTGC รับอานิสงส์

ซึ่งในกลุ่ม ปตท. ได้มีท่าเรือเฉพาะกิจ (Dedicated Berths) คือ ท่าเรือที่จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการเฉพาะในกลุ่มของผู้ประกอบการเท่านั้น โดยผู้ประกอบการเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างท่าเทียบเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน มีผู้ลงทุนทั้งสิน 9 ราย หนึ่งในนั้นคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ซึ่งทาง KTBS มองว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากกรณีดังกล่าวอีกด้วย