งบแบงก์ Q3/61 หวังแรงส่งสินเชื่อ ชดเชยผลกระทบนโยบายฟรีค่าธรรมเนียมดิจิทัล

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย ไตรมาส 3/2561 ว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 7.7% YoY ซึ่งเป็นทิศทางการขยายตัวที่ชะลอลง และหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จะปรากฏภาพกำไรสุทธิที่ลดลง 9.1% QoQ
  • ทิศทางดังกล่าว สะท้อนผลกระทบจากการลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินฯ ที่ชัดเจนขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ลดลง ช่วยทำให้ผู้บริโภคหันมาทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น และนำไปสู่รายได้ที่หายไปมากขึ้น ขณะเดียวกัน มีโอกาสที่ธนาคารพาณิชย์บางแห่งอาจยังให้น้ำหนักกับการตั้งสำรองหนี้ฯ เพื่อรองรับสถานการณ์เอ็นพีแอลที่ยังต้องใช้เวลาในการแก้ไข ทั้งนี้ ในระหว่างนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังต้องเน้นกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่กับการผลักดันรายได้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ดอกเบี้ย (ตามแรงส่งของสินเชื่อที่ยังขยายตัวดี) และรายได้ค่าธรรมเนียมประเภทอื่นๆ เพื่อประคองความสามารถในการทำกำไรเฉพาะหน้า
  • อาจกล่าวได้ว่า ปี 2561 เป็นอีกปีที่ ธนาคารพาณิชย์ไทยเผชิญหลายโจทย์ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังไม่นิ่ง รายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงจากนโยบายฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ตลอดจน การบริหารจัดการต้นทุน เพื่อประคองความสามารถในการทำกำไรในภาพรวมทั้งนี้ แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2561ที่ผ่านมา ระบบธนาคารพาณิชย์ไทย[1] จะรายงานฐานะกำไรสุทธิที่ 9.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.6% จากระยะเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้ว จะพบว่าต้องอาศัยอานิสงส์ของรายได้อื่นๆ อาทิ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ กำไรจากการปริวรรตเงินตรา และกำไรจากเงินลงทุน มาชดเชยการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาสที่ 2/2561 ที่หดตัว 6.6% จากไตรมาสแรก (หรือเติบโตชะลอลงจาก 7.1% YoY ในปี 2560 มาเป็น 4.9% YoY ในไตรมาส 2/2561)ตามผลของนโยบายลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้างต้น ซึ่งโดยรวมแล้ว ช่วยให้ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (ก่อนสำรองฯและภาษี) เติบโตเพียงเล็กน้อย 0.6% YoY  และยังมีทิศทางที่ชะลอลงจาก 2.6% ในปี 2560  นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ที่ลดลงราว 8.8% YoY ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยประคองสถานะกำไรสุทธิในภาพรวมให้เติบโตด้วย[1] อ้างอิงข้อมูลของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย จาก ธปท.

สำหรับในไตรมาส 3/2561 นี้ แม้จะคาดว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยจะสามารถบันทึกกำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนสำรองฯ และภาษี) ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนได้ราว 9.4 หมื่นล้านบาท แต่ก็เป็นอัตรากำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าและระยะเดียวกันของปีก่อนหน้าราว 2.0% จากสาเหตุต่างๆ ดังนี้

  • รายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 3/2561 ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากนโยบายฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัลในไตรมาส 2/2561 และการตอบรับของผู้บริโภคต่อนโยบายดังกล่าวและต่อโครงการพร้อมเพย์ที่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลกระทบตามมาต่อค่าธรรมเนียมการโอนเงินที่น่าจะยังคงหดตัว YoY ในระดับสูงด้วยเลขสองหลัก ถึงแม้ว่าจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากส่วนอื่นๆ อาทิ รายได้จากการเป็นนายหน้าขายประกันและกองทุนรวม ตลอดจนค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต มาช่วยบรรเทาแรงกดดันบ้างก็ตาม  ซึ่งสุดท้ายแล้ว คงทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมรับในภาพรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย มีโอกาสทรงตัว ถึงหดตัวราว 3% YoY ซึ่งเป็นทิศทางที่ชะลอลงจากอัตราการเติบโตที่ 8.5% และ 1.4% YoY ในไตรมาส 1/2561 และไตรมาส 2/2561 ตามลำดับ
  • อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ยังสามารถรักษาแรงส่งที่ดี…คงช่วยประคองกำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนสำรองฯและภาษี) ในภาพรวม ไม่ให้หดตัวลงแรงจากปีก่อน โดยแรงส่งที่สำคัญ มาจากสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นจาก 5.4% YoY ณ สิ้นไตรมาส 2/2561 มาที่ราว 6.0% YoY ณ สิ้นไตรมาส 3/2561 ตามแนวโน้มการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเอสเอ็มอี
  • นอกจากนี้ ก็ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากอัตราผลตอบแทนแท้จริงจากเงินให้สินเชื่อ (Effective Return from Loans) ที่ปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับส่วนผสมของสินเชื่อผลตอบแทนสูงข้างต้นในพอร์ตสินเชื่อรวม ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการต้นทุนโดยเฉพาะฝั่งเงินฝากอย่างระมัดระวังผ่านหลายแนวทาง อาทิ การออกแคมเปญเงินฝากที่เน้นการชดเชยรุ่นที่ครบกำหนดเป็นหลัก และการรักษาสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ (CASA) ในระดับสูง ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยเอื้อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการต้นทุนเฉพาะหน้าได้

ด้วยภาพที่สอดคล้องกันกับทิศทางขาขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ จึงคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin: NIM) สำหรับไตรมาส 3/2561 จะปรับตัวสูงขึ้นมาที่ประมาณ 3.2% จาก 3.16% ในไตรมาส 2/2561

  • ด้านค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า โดยประมาณการว่า Credit Cost (สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯ ต่อสินเชื่อ) ของไตรมาสที่ 3/2561 จะอยู่ที่ 1.17% เทียบกับของไตรมาส 2/2561 ที่ 1.14% ทั้งนี้ เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์หนี้ด้อยคุณภาพ หรือเอ็นพีแอลในภาพรวม ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ท่ามกลางสถานการณ์การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังค่อยเป็นค่อยไป อันกดดันรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าสินเชื่อเอสเอ็มอี รวมทั้งสินเชื่อบุคคลในกลุ่มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (ที่ยังมีหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง) และสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการว่า เอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์[1] ณ สิ้นไตรมาส 3/2561 จะอยู่ที่ระดับ 2.95% ซึ่งแม้ว่ามีโอกาสเพิ่มจาก 2.93% ณ สิ้นไตรมาส 2/2561 เล็กน้อย แต่ก็อยู่ในระดับต่ำกว่าจุดสูงสุด (Peak) ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 ที่ 2.97% และคาดว่าจะปรับลดลงในไตรมาสสุดท้ายของปี ตามปัจจัยด้านฤดูกาล ตลอดจนจังหวะของการตัดหนี้สูญและขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

กระนั้นก็ดี หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯ ดังกล่าว ปรับตัวลดลงเกือบ 18% YoY ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้กำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังรักษาช่วงบวกจากระยะเดียวกันของปีก่อนไว้ได้ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการว่าระบบธนาคารพาณิชย์ไทย จะรายงานกำไรสุทธิที่ราว 4.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 7.7% YoY ซึ่งเป็นอัตราที่ชะลอลงจาก 17.1% YoY  ในไตรมาสที่ 2/2561 ขณะเดียวกัน ก็ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าประมาณ 9.1%

ทั้งนี้ นอกเหนือจากประเด็นด้านคุณภาพหนี้และทิศทางผลกระทบของนโยบายฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัลต่อรายได้ค่าธรรมเนียมรวมแล้ว ประเด็นติดตามเฉพาะหน้าสำคัญยังอยู่ที่การบริหารจัดการรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ ของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะการขายเงินลงทุน ซึ่งอาจมีผลช่วยหนุนผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยให้มีโอกาสดีกว่าที่คาดได้ ตลอดจน การประกาศแนวทางดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อาจมีผลต่อทิศทางตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ตลอดจนภาพรวมสินเชื่อในช่วงเดือนที่เหลือได้

ที่มา : บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com