ZIGA

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่บริเวณ 1750 จุด หลังจากปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับสำคัญของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 1740 จุดแล้วสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปได้ แนวโน้มของตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1760-1765 จุด และมีเป้าหมายในการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปที่ 1800 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ คือ หุ้น ZIGA บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc ภายใต้ตราสินค้า “ZIGA” และท่อเหล็กร้อยสายไฟประเภท Pre-zinc ภายใต้ตราสินค้า “DAIWA”

รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2561 มีรายได้รวม 446 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.05 บาท กำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่มีรายได้รวม 488 ล้านบาท แต่มีกำไรสุทธิ 82 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.19 บาท

นายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เป็นผลมาจากราคาเหล็กได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่โรดแมพการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้นจะส่งผลให้นโยบายการลงทุนต่าง ๆ ของภาคเอกชนออกมามากขึ้น จึงเชื่อว่าในช่วงไตรมาส 4/61 ยอดคำสั่งซื้อเหล็กจะมากขึ้นตามไปด้วย

บริษัทยังคงมั่นใจว่ารายได้จะเติบโตราว 15% มาที่ 1,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 200 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ทั้งหมดในปีนี้ ขณะที่ยังอยู่ระหว่างรอเครื่องจักรเพิ่มเติมอีก 2 เครื่อง มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 13 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 79,000 ตันต่อปี จากเดิมที่ 65,000 ตันต่อปี

สำหรับรายได้ในปี 62 คาดว่าจะเติบโตมากกว่าเท่าตัว โดยเป็นผลมาจากการขยายกำลังการผลิตเป็น 120,000 ตันต่อปี โดยจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1/62 รองรับกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้น ตามการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และการขยายการลงทุนของภาคเอกชน

นอกจากนี้ปีหน้าบริษัทเตรียมขยายสาขาค้าปลีกในพื้นที่สาขาของ บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) ไม่ต่ำกว่า 100 สาขา โดยจะใช้งบลงทุนราว 800,000-3,000,000 บาท/สาขา ซึ่งในเดือน ก.ย. ได้เปิดแล้ว 1 สาขา และในปี 61 นี้จะเปิดสาขาราว 10 สาขา โดยในธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่ให้มาร์จิ้นการขายสินค้าค่อนข้างดี และถือว่ามีการเติบโตสูง โดยบริษัทจะทำการตลาดผ่านทั้งระบบ Online และ Offline รวมไปถึงการนำสินค้าที่นอกเหนือจากเหล็กเข้าไปจำหน่ายในสาขาด้วย ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสินค้าเดิมของบริษัท

พร้อมกันนี้บริษัทได้ขยายการลงทุนร้านค้าสำเร็จรูป หรือ I-Retail ที่ได้เซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ไปแล้ว และอยู่ระหว่างเจรจาระยะเวลาการส่งมอบ โดยลูกค้ามีความต้องการทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 1,000 หลัง โดยมีมูลค่าราว 1.8 ล้านบาทต่อหลัง ซึ่งจะรู้ผลปริมาณการส่งมอบในปลายปีนี้ โดยที่ผ่านมาได้เริ่มส่งมอบไปแล้ว 1 หลัง ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ 100 หลังต่อเดือน และในปี 62 จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 30% จากปัจจุบัน

บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกให้เพิ่มเป็น 50% หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ในปี 63 จากปัจจุบันไม่มีเลย โดยมีแผนที่จะย้ายหมวดธุรกิจไปยังค้าปลีกในปี 63 จากปัจจุบันอยู่ในอุตสาหกรรมเหล็ก

ZIGA มีมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 1.42 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ 3.60 บาท คิดเป็นอัตราส่วน Price/Book Value ประมาณ 2.53 เท่า แต่อัตราส่วน P/E Ratio อยู่ที่ 24 เท่า

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 3.60 หลังจากถูกขายทำกำไรในระยะสั้นแต่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ทำให้แนวโน้มราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ทะลุผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 3.74 ขึ้นไป และมีแนวต้านถัดไปที่ระดับ 4.50-4.60 เป็นแนวต้านสำคัญ

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ