วิ่งแรงเกิน! เจาะ AEONTS แพงไปไหม?

ไม่น่าแปลกใจที่ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS ราคาหุ้นวิ่งกระจาย ทุบสถิติขึ้นมาแบบนี้ ล่าสุดปาเข้าไป 210 บาท!

นั้นเพราะหุ้นตัวนี้กำลังยังเป็นที่โปรดปรานของบรรดากองทุน ถึงขั้นบางกองทุนให้เป้า 250 บาท

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?!?!

สาเหตุหลักของ AEONTS ที่วิ่งแรงขึ้นมาจนทุบสถิติสูงสุด เกิดจากการเก็งกำไรงบการเงินไตรมาส 2/ 2562 ของบริษัทที่มีคิวจะเปิดเผยเร็วๆ นี้

AEONTS เป็นหุ้นที่เผยแพร่งบการเงินไม่ตรงไตรมาสปกติ โดยบริษัทปิดงบการเงินไตรมาส 2 /2562 ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดจะแจ้งงบไม่เกิน 15 ตุลาคมนี้

น่าสนใจภายหลังปิดงบการเงินไตรมาส 2/62 สิ้นสิงหาคม ราคาหุ้นเดือนกันยายนไต่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เหมือนปลดปล่อย

การพุ่งขึ้นของ AEONTS ลักษณะคล้ายๆ กับ KTC ปลายปีที่ผ่านมาราคายังอยู่ที่ 103.50 บาท ไล่ขึ้นมาแรงในช่วงต้นปีนี้

ก่อนที่จะมาเฉลยด้วยงบการเงินไตรมาส 4/61 (ปิดงวด ก.พ.61) ที่ออกมากำไร แรงถึง 927 ล้านบาท ขณะที่การประกาศงบไตรมาส 1/62 (ปิดงวด พ.ค.62) ที่ผ่านมา กำไรยังคงอยู่สูงที่ 927 ล้านบาท

แต่ที่น่าสนใจนั้นก็คือกำไรที่สูงของ AEONTS ในไตรมาส 1/62 นั้นเมื่อส่องเข้าไปในเนื้อแท้ นั้นมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมา 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีทีผ่านมา

เป็นผลมาจากฝีมือการวางเกมทั้งจากบัตรเครดิตและสินเชื่อกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นมา

ส่องไปที่ยอดการให้ “สินเชื่อบัตรเครดิต” ซึ่งคิดเป็น 65% ของพอร์ตสินเชื่อรวม แต่ถ้าคิดเป็นรายได้จะอยู่ในสัดส่วน 37% ของรายได้รวม  บริษัทรายได้จากบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 1,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากการทำโปรโมชั่นกับคู่ค้าทางธุรกิจ เช่นการบินไทย และมาสเตอร์การ์ด ขณะเดียวกัน ยังมีรายได้บัตรเครดิตในกัมพูชาเติบโตขึ้นถึง 53%

ส่วนการให้ “สินเชื่อเงินกู้” ที่มีสัดส่วน 29% ของพอร์ตสินเชื่อรวม (แบ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล 17% สินเชื่อแบบมีวัตถุประสงค์เช่น สินเชื่อมือถือ สินค้าไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า 12%) แต่สร้างรายได้ถึง 52% ของรายได้รวม ว่ากันง่ายๆ มาร์จิ้นเยอะกว่า

AEONTS ยังโชว์ฟอร์มได้ดี โดยมีรายได้ในส่วนนี้มีรายได้ 2,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15%  ซึ่งบรรดาเงินสดหมุนเวียนและรายได้ชินเชื่อเงินกู้จาก เมียนมาร์ โตถึง 76% ขณะที่รายได้จากกัมพูชาโต 11% เกิดจากการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าถอนเงินได้มากขึ้น

            เรียกได้ว่าการเพิ่มขึ้นของกำไร AEONTS มาจากการทำผลการดำเนินงานได้เติบโต แตกต่างจาก KTC ที่กำไรที่พุ่งทะลุขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากหนี้สูญได้รับคืน หรือการใช้ความสามารถในการเก็บหนี้ มากกว่าความสามารถจากการดำเนินธุรกิจ

AEONTS มีหนี้สูญเรียกรับคืนเพื่อบันทึกเป็นกำไรราว 170 ล้านบาทเท่านั้น จากกำไรสุทธิ 927 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วน 18%)

เมื่อเทียบกับ KTC ที่มีหนี้สูญเรียกรับคืนในงวดไตรมาส 2/61 บันทึกเป็นกำไรส่วนนี้ถึง 872  ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 1,306 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วน 66%)

เมื่อเปรียบมวยเช่นนี้จะเห็นได้ว่า AEONTS มีหมัดหนักตรงที่การสร้างรายได้จากธุรกิจบัตรเครดิต ขณะที่ KTC อาวุธอยู่ที่การเก็บหนี้ การรักษาคุณภาพพอร์ต ขณะที่การสร้างรายได้ยังไม่เข้าเป้า

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบเชิงของราคานั้น AEONTS แม้จะขึ้นมาแรงช่วงหลังแต่เมื่อเทียบ PE ย้อนหลัง 4 ไตรมาสยังคงต่ำอยู่ในระดับ 16.02 เท่า

ขณะที่ KTC อยู่ที่ระดับ 21.59 เท่า แต่ถ้าเทียบกับบริษัทสินเชื่อทะเบียนรถอย่าง MTC ที่คนมองว่าโตแรง นั้นมีพีอีถึง 30 เท่า

ดังนั้นถ้าจะเปรียบเทียบจาก PE กับพรรคพวกธุรกิจเดียวกัน ราคา 200 บาท ก็ยังไม่แพง ขณะที่เกมรุกด้านการเติบโตของรายได้ก็ยังมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แถมยังได้เดินเกมออกไปนอกประเทศได้อีก นี่ยังไม่รวมว่าโอกาสที่  AEONTS จะเดินเกมคล้าย KTC ด้วยการเก็บหนี้สูญมาเป็นกำไรก็ยังมีอยู่ แต่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ช่วงนี้ช่วงที่กำลังขยายสินเชื่อ

น้ำหนักต่อเรื่องนี้น่าจะเพิ่มขึ้น เมื่อหันมาส่องเซียนหุ้นฝีมืออย่าง “สถาพร งามเรืองพงษ์” หรือ เซียนฮง ที่ระยะหลังให้ความสนใจกับหุ้นธุรกิจสินเชื่อ และรู้ๆ กันดีว่ามีชื่อปรากฏถือหุ้นใหญ่ใน KTC ก็ยังชอบและให้น้ำหนัก AEONTS ด้วย

โดย “สถาพร งามเรืองพงษ์” และ  “นางมณีรัตน์ งานเรืองพงษ์” ปรากฎชื่อถือหุ้นใน AEONTS ในปีนี้ ถือรวมกัน 6.344 ล้านหุ้น คำนวณจากราคาปิด AEONTS ที่ 210 บาท คิดเป็นมูลค่า 1,332.24 ล้านบาท

หลังจากรวยหนักจากการขึ้นมาของ KTC โดยปรากฏชื่อล่าสุดถือ KTC 150.99 ล้านหุ้น (หลังแตกพาร์) คิดจากราคาปิดที่ 36 บาท เป็นมูลค่า 5,430 ล้านบาท

ยิ่ง KTC ขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีต่อ AEONTS กระมัง

 

โดย:เฉลิมชัย ศิรินันทวิทยา