TRUBBลุยโค้งส่งท้ายไฮซีซันปั๊มออเดอร์ในบ้านอัพมาร์จิ้น

ทันหุ้น – TRUBB เดินหน้ารับออเดอร์ช่วงไฮซีซันไตรมาส 4/2561 ปรับกลยุทธ์เน้นจำหน่ายในประเทศมากขึ้นระบุราคาเเละมาร์จิ้นดีกว่า มั่นใจรายได้ปี2561เติบโต 10 % จากปีก่อนที่ 9,468.58 ล้านบาท เตรียมแผนยื่นไฟลิ่งนำบริษัทลูกเข้าตลาด เดือน ต.ค. 2561

นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานกรรมการบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือTRUBB เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของครึ่งปีหลัง2561 คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งเเต่ช่วงไตรมาสที่ 3/2561 เเละจะดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4/2561 เนื่องจากเป็นไฮซีซันของธุรกิจ

ส่วนครึ่งปีเเรก 2561กลุ่มบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้นมาจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง ที่สามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับผลประกอบการงวด 6 เดือน ของปี 2560 เเละยังมีคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการปรับปรุงระบบและขยายโรงงานของธุรกิจหมอนและที่นอนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยระบบใหม่เริ่มทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่ไตรมาส 3 /2560 และธุรกิจเส้นด้ายยางยืดที่เพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่ต้นปี 2561 ส่งผลให้มีปริมาณสินค้าขายได้เพิ่มขึ้น

รุกตลาดในประเทศ

โดยกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยางมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศจีน และจะมีการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอีก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ซึ่งในปี2561บริษัทจะเน้นการจำหน่ายน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูปและผลิตภัณฑ์จากยางภายในประเทศมาขึ้น เนื่องจากมีราคาและอัตรากำไรที่ดีกว่าการขายไปในต่างประเทศ โดยสัดส่วนรายได้ของ TRUBB ขณะนี้มาจากการส่งออกไปยังต่างประเทศราว 40% และที่เหลือเป็นผลิตและขายในประเทศ จากเดิมบริษัทมีรายได้จากการส่งออไปยังต่างประเทศราว 50%

สำหรับรายได้ปี2561บริษัทยังมั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโตจากปีก่อนที่ 10 % หรือเติบโตจาก 9,468.58 ล้านบาท ทั้งนี้ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้รวมที่ 3,875.58 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยูที่ 88.32  ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของครึ่งปีแรกอยู่ที่ 14.02 % เทียบกับทั้งปีของปีก่อนอยู่ที่ 10.88%

เพิ่มกำลังการผลิต

ด้านการลงทุน บริษัทได้วางงบลงทุน รวมไว้ที่ราว 200 ล้านบาท  ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงเครื่องจักรใหม่เพิ่มเติม และจะใช้งบลงทุนส่วนนี้รองรับการเพิ่มกำลังผลิตน้ำยางเข้มข้นให้มากอีกขึ้นราว 20% คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านบาท คาดน่าจะเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับกำลังผลิตใหม่ในช่วงปี 2562

ส่วนความคืบหน้าการนำบริษัทลูก บริษัท เลเท็กซ์ ซิสเทมส์ จำกัด (LS) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) นั้น ล่าสุดคาดว่าบริษัทจะสามารถ ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ภายในเดือน ต.ค. 2561 ซึ่งหลังจากนั้นคาดว่า ก.ล.ต. จะใช้การพิจาณณาประมาณ 120 วัน

สำหรับเงินที่จากการเข้าระดมทุนดังกล่าว บริษัทจะนำไปใช้ขยายลงทุนขยายธุรกิจ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดย LS จะนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายต่อประชาชนและผู้ถือหุ้นของ TRUBB ตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท (Pre-emptive Right) โดยหลังจาก spin – off แล้ว LS ยังคงเป็นบริษัทย่อยของ TRUBB เนื่องจาก TRUBB ยังคงมีอำนาจการควบคุมใน LS