MTCพ.ร.บ.ใหม่ไม่กระทบรายได้โต40%-ลุยเพิ่มสาขา

ทันหุ้น – MTC มั่นใจ พ.ร.บ.กำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ใหม่ ไม่กระทบ มองเป็นผลดีทำให้การคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นมาตรฐานเดียวกัน เดินหน้าขยายสาขาแตะ 3,200 แห่ง ภายในปีนี้ หวังปั๊มยอดสินเชื่อเพิ่ม ดันรายได้โต 40%

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินนอกกำกับของธนาคารแห่งประเทศ (Non-Bank) นั้น หากมีการประกาศใช้จริงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เนื่องจากมีการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแป้นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว

อีกทั้งมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะมีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแลธุรกิจ Non Bank ทำให้การคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นมาตรฐานเดียวกัน สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ และหากผู้บริโภคมีข้อสงสัยหรืออยากร้องเรียนก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน

*มั่นใจครึ่งหลังโต40%

ขณะเดียวกันบริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่ 40% จากสินเชื่อใหม่ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการขยายสาขาที่ปัจจุบันมีการเปิดสาขาใหม่ครบตามเป้าหมาย 3,000 แห่งแล้ว โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะขยายสาขาได้ถึงระดับ 3,200 แห่ง ประกอบกับการบริหารจัดการและดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับต่ำที่ 1.3% คาดว่าทั้งปีจะสามารถควบคุมไม่ให้เกินเป้าหมายที่ 1.5%

ทั้งนี้ ในส่วนของราคาหุ้น MTC ที่ปรับตัวขึ้นแรงวานนี้ (13 ก.ย. 2561) มองว่าน่าจะเป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้งที่ชัดเจนของภาครัฐ โดยบริษัทคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นและกลับเข้ามาลงทุนภายในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

*กฎเกณฑ์ใหม่จะเข้าครม.เร็วๆนี้

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดว่า พ.ร.บ. กำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ฉบับใหม่จะเข้าพิจารณาในครม. ในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งคาดว่ากฎเกณฑ์ใหม่จะทำให้อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่คิดกับผู้ใช้สินเชื่อจำนำน้อยลง

โดยความต่างระหว่างราคา (สเปรด) มีแนวโน้มลดลงตามกฎเกณฑ์ใหม่แต่ไม่รุนแรง เนื่องจากบริษัทได้มีการปรับตัว ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมลงเป็น 15% ต่อปี จากเดิม 23% ต่อปี แต่ลดวงเงินปล่อยกู้สินเชื่อจำนำลงจาก LTV 50% เป็น LTV 30-40% เพื่อลด Credit Cost ลง แต่หากลูกค้าต้องการกู้ที่ LTV 50% เหมือนเดิม ก็จะให้ทำสัญญากู้ 2 สัญญา คือ เป็นสัญญาสินเชื่อจำนำ 70% ที่อัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี และเป็นสัญญาสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อีก 30% ที่อัตราดอกเบี้ย 36% ต่อปี ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้ ในกรณีนี้เมื่อรวมแล้วจะมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 21.3%ต่อปี และ 3. ขยายสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมากขึ้น

นอกจากนี้ การขยายสาขาจำนวนมากทำให้ยังเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งในปี 2561-2562 โดย MYC มีแผนจะเพิ่มสาขาเป็น 4,000 แห่ง ภายในปี 2563 จากสิ้นมิถุนายน 2561 ที่ 2,889 แห่ง ทั้งนี้ สินเชื่อในไรมาส 2/2561 เติบโต 9% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 41.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทั้งปี 2561 ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจะเติบโตได้ 35-40% และปี 2562 จะเติบโตในระดับ 25-30%

*เคาะเป้าหมาย 52 บาท

ทั้งนี้ คุณภาพสินเชื่ออยู่ในเกณฑ์ดี โดยผู้บริหารกล่าวว่าบริษัทจะคุม NPL ไว้ไม่เกิน 1.5% โดยสิ้นเดือนมิถุนายน อยู่ที่ 1.35% และมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 147% ในเชิงกลยุทธ์ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ ซื้ออ่อนตัว โดย MTC เป็นหนึ่งใน Growth Stock ใน Coverage ซึ่งประมาณการว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ในปี 2561 และ 2562 จะอยู่ที่ 30% และ 35% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์ใหม่ที่จะออกมาและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมถึงคดีฟ้องร้องจากผู้บริโภคที่กล่าวหาว่า MTC เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราเกินที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันอยู่ในกระบวนการศาล อาจกระทบต่อ Sentiment การลงทุนในระยะสั้น แต่การอ่อนตัวของราคาหุ้นก็เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร ฝ่ายวิเคราะห์ DBSVTH ให้ราคาพื้นฐาน 1 ปีไว้ที่ 52 บาท