ความเชื่อกับความน่าจะเป็น

อะไรก็ไม่แน่ไม่นอนจริงๆนะคะ จากที่ SET ทำหลุดแนวรับสำคัญที่ 1680 จุด จนหลายสำนักเริ่มบอกว่าอาการไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ ต่างชาติก็สรุปยอด Tfexลบ 16000 สัญญา แค่วันเดียวต่างชาติยูเทิร์นมาบวก 16000 สัญญา พร้อมมีประกาศ พ.ร.บ. เลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. หลังตลาดปิดทำการ วันรุ่งขึ้นแรงซื้อจากกองทุนและต่างชาติก็ดัน SET บวกวันเดียว 40 จุด นี่อาจจะเป็นข่าวที่สถาบันเฝ้ารออยู่ เพราะเค้าต้องการความชัดเจนก่อนที่จะเข้ามาลงทุน

ในโลกที่เราสามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วแบบแทบจะทันทีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ส่งผลให้ตลาดมีการพัฒนาตัวเองไปจากอดีตมากขึ้น นักลงทุนที่เข้ามาก็มีความรู้มากขึ้น ติดอาวุธกันมาเต็มแถมด้วยเกราะป้องกันอย่างดี ประกอบกับสินค้าที่ออกมาใหม่ๆ ก็มี leverage สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ตลาดมีความผันผวนสูงขึ้นมาก วิธีการเทรดแบบเดิม ๆ ก็อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป อย่างนึงเลยจะเห็นว่านักเก็งกำไรระยะสั้น ถึงสั้นมาก มีเยอะขึ้น อีกทั้งการใช้อนุพันธ์กับการเก็งกำไรก็ส่งผลให้ราคาหุ้นมีความผันผวนมากขึ้นเช่นกัน

หลังจาก Charles H. Dow ได้ทำการจดบันทึกและเก็บรวบรวมสถิติจนเกิดเป็น Dow Theory ขึ้นเมื่อ 100 กว่าปีก่อน ได้เกิดการตั้งสมมุติฐานเรื่องรูปแบบของราคาขึ้นมาหลายรูปแบบ จนต่อยอดไปถึงทฤษฎีคลื่น หรือ Elliott Wave ก็ล้วนแต่ใช้ข้อมูลทางสถิติของรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ที่บอกว่า History repeat itself อีกทั้งยังมีการวิจัยมากขึ้นไปอีกถึงความแม่นยำของรูปทรงต่าง ๆ เช่นถ้าเกิดรูปแบบ Head and Shoulder แล้วมีโอกาสจะกลับทิศทางกี่เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือมีความน่าจะเป็นว่าจะเกิดการกลับทิศ แล้วความรู้ที่เกิดจากการเก็บค่าสถิติและวิจัยพัฒนา ก็ถูกถ่ายทอดกันต่อมา เกิดสร้างเป็นความเชื่อให้กับผู้ที่เรียนรู้ต่อกันมา โดยข้อมูลที่ใช้อ้างอิงบางตำรายังใช้ข้อมูลเมื่อหลายสิบปีก่อน ความเชื่อว่าเกิดรูปแบบนี้แล้วต้องเกิดทรงนี้ตามมา บางครั้งก็กลายเป็นกับดักในการหลอกให้นักลงทุนรายย่อยเข้าไปติดดอยกัน เพราะตลาดในปัจจุบันความผันผวนมันสูงกว่าในอดีตมาก ความน่าจะเป็นของการเกิดรูปแบบต่าง ๆ สำหรับปัวร์แล้ว ให้ทุกแบบอยู่ที่ 50/50 เท่ากันหมด แต่แน่นอนว่าการที่ปัวร์จะเทรดได้ก็ต้องมีความเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่เมื่อโอกาสและความน่าจะเป็นอยู่แค่ 50/50 ปัวร์ก็ต้องจัดการเรื่องความเสี่ยงให้มากขึ้น มีวินัยมากขึ้น ตั้งจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจนเหมาะสมกับแผนการเทรด จะเทรดสั้นก็อาจจะตั้งใกล้หน่อย ถ้าวางแผนระยะกลางก็ต้องเผื่อพื้นที่ให้ราคาได้เหวี่ยงตัวบ้าง

ที่ปัวร์นำเสนอเรื่องนี้เพราะได้มีโอกาสพูดคุยกับนักลงทุนหลายๆท่าน เกี่ยวกับเรื่องเทคนิคอลแล้วรู้สึกว่าการอ้างอิงตามตำราตรงเป๊ะ บางครั้งทำให้เรายึดติดกับความเชื่อมากจนเกินไป ส่งผลให้บางครั้งก็โอเวอร์เทรด หรือไม่ยอมตัดขาดทุนเพราะเชื่อว่าเดี๋ยวน่าจะเกิดรูปแบบต่อไปตามมา

หวังว่าบทความของปัวร์จะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่านนะคะ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุน และผูกมิตรกับเพื่อนชื่อวินัยกันไว้นะคะ ด้วยรักและห่วงใย #La Poire