ส่องกลุ่มท่องเที่ยวERWเป็นtop pickโค้งส่งท้ายกำไรฟื้น

ทันหุ้น – โบรกส่องกลุ่มท่องเที่ยวกระทบเล็กน้อยต่อความผันผวนของค่าเงินในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่อ่อนตัว ชง ERW เป็น  top pick ราคาเป้าหมาย 11 บาทต่อหุ้น

บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด ระบุว่า  สถานการณ์ค่าเงินในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) อ่อนค่า โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่งผลทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการโรงแรม เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ยังคงเติบโต

ทั้งนี้อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ คิดเป็นสัดส่วน 7% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย หากแยกนักท่องเที่ยวจากอินเดียเป็นสัดส่วน 4%  ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย อินโดนีเซียคิดเป็นสัดส่วน 2% และฟิลิปปินส์คิดเป็นสัดส่วน 1%  และในช่วง 7เดือนแรกปี 2561 ยังไม่เห็นผลกระทบมากนัก เพราะนักท่องเที่ยวจากอินเดียยังคงเติบโต 13% , อินโดนีเซียยังเติบโต 8%  และฟิลิปปินส์ยังเติบโต 10% ทั้งๆ ที่สกุลเงินของประเทศเหล่านี้อ่อนค่าลง สำหรับประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม EM ซึ่งมีปัญหาค่าเงินอยู่ในขั้นวิกฤติมากกว่า (เช่น ตุรกี อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ และบราซิล) ประเทศเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงเล็กน้อยต่อผู้ประกอบการโรงแรม

โดยเลือกERW เป็น top pick ERW (ราคาเป้าหมาย 11 บาท/หุ้น) คาดว่ากำไรของ ERW จะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส4/2561 เนื่องจากห้องพัก 70% ของ JW Marriott จะถูกปรับปรุง (เฟส 1 และเฟส 2) และ ARR ของห้องพักเหล่านี้จะปรับขึ้น 10-15% โดยปกติแล้วผลการดำเนินงานของ ERW จะมีความอ่อนไหวสูงต่อปัจจัยด้านราคา จาก operating leverage เพราะธุรกิจโรงแรมมีต้นทุนคงที่ระดับสูง

และแนะนำ “ซื้อ” MINT (ราคาเป้าหมาย 46 บาท/หุ้น) เนื่องจากกำไรครึ่งปีหลัง2561 ของ MINT จะปรับตัวดีขึ้น YoY และ HoH โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งจะช่วยชดเชยธุรกิจอาหารที่อ่อนแอ ซึ่งฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อการเข้าลงทุนใน NH Hotel Group เนื่องจากจะช่วยให้กำไรของ MINT ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะยาวผ่านทางการได้รับประโยชน์จากพอร์ตโรงแรมและฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นภายใต้ loyalty program

สำหรับ CENTEL (ราคาเป้าหมาย 46 บาท/หุ้น) เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มเติบโตในอัตราชะลอตัวลง โดยมีสาเหตุมาจากการปรับปรุงใหญ่ที่โรงแรมระดับ 5 ดาวของบริษัทในสมุย ซึ่งจะปิดการดำเนินงานทั้งหมดเป็นเวลา 12-18 เดือนในปี 62