MCตั้งเป้าโต5% รุกทางออนไลน์ขยายสาขาเพิ่ม

ทันหุ้น-MC ตั้งเป้ายอดขายงวดปี 61/62 โต 5% พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 57% เตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ UP เร็วๆนี้คาดทำยอดขายได้ 50 ล้านบาท พร้อมรุกช่องทางออนไลน์มากขึ้นคาดอาจเพิ่มรายได้ถึง 150 ล้านบาท ล่าสุดจัดงบ 80-100 ล้านบาท ลงทุนขยายเปิดสาขา MC SHOP และ MC MCหนุนธุรกิจโตแกร่ง 

นายบัณฑิต ประดิษฐ์สุขถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชีและผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ายอดขายงวดปี 2561/2562 (1 กรกฎาคม 2561-31 มิถุนายน 2562) จะเติบโตประมาณ 5% พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นให้อยู่ที่ระดับ 57% โดยการขยายสาขา เปิดแบรนด์ใหม่ และรุกในช่องทางออนไลน์จะหนุนผลการดำเนินงานเข้าเป้า

ขณะที่ยอดขายจากสาขาคาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ขยายตัวเฉพาะในกลุ่มส่งออกและการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการเกษตรยังค่อยๆฟื้นตัว บริษัทจึงมองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคน่าจะยังไม่กลับมาเติบโตมากนัก

งวดปี 2561/2562 บริษัทวางงบลงทุนไว้ราว 80-100 ล้านบาท ในการขยายสาขาเพิ่ม 40 แห่ง แบ่งเป็น MC SHOP ประมาณ 20 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ที่ 300 แห่ง และ MC MCOutlet Store อีก 20 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขาที่ 18 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนสาขาละไม่เกิน 1 ล้านบาท รวมถึงเปิดตัวแบนด์ใหม่ ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน2561  ภายใต้ชื่อ UP เจาะตลาดเครื่องแต่งกายสไตล์สปอร์ตแวร์ ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 10,000 ล้านบาท คาดจะมียอดขายอยู่ที่ 50 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในส่วนของการจำหน่ายผ่านทางช่องออนไลน์ บริษัทจะมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ของ mcshop.com มากยิ่งขึ้นน่าจะส่งผลให้เพิ่มยอดขายเข้ามาประมาณ 150 ล้านบาท ขณะเดียวกันธุรกิจจำหน่ายสกินแคร์คาดว่าจะมียอดขายอยู่ระดับ 40 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัท ปัจจุบันมาจากการขายผ่าน Shop 60%, Modern trade 30% และอื่นๆ10% ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากออนไลน์ราว 2%

ด้านตลาดต่างประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการเปิดตัวสาขาที่มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 1 แห่ง โดยช่วงที่เหลือของปีมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มที่สปป.ลาว 2 แห่ง อีกทั้งยังมีความสนใจจะขยายสาขาเพิ่มในประเทศมาเลเซีย แต่มองว่าอาจชะลอการขยายตลาดออกไปก่อน เนื่องจากจะเน้นการขยายตลาดในประเทศก่อน โดยปัจจุบันมีรายได้จากต่างประเทศเฉลี่ย 20 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 1% ของรายได้รวม