CHOปั๊มรายได้ทะลุ3พันล้านโปรเจครัฐจ่อเสียบ100ล้าน

ทันหุ้น – CHO เร่งปั๊มรายได้ปีนี้แตะ 3 พันล้านบาท ครึ่งปีแรกกวาดได้แล้ว 1.4 พันล้านบาท เผยอยู่ระหว่างประมูลงานภาครัฐไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท คาดชัดเจนไตรมาส 3/2561 อวดแบ็กล็อก 4.69 พันล้านบาท คาดทยอยรับรู้ช่วงที่เหลือปีนี้ 1.65 พันล้านบาท พร้อมมุ่งขยายตลาดทั้งใน-นอกประเทศต่อเนื่อง

นายนิติธร ดีอำไพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 2561 จะเติบโตอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีรายได้ 1,400.32 ล้านบาท และยังเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจุบันอยู่ระหว่างการประมูลงานของหน่วยงานราชการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3/2561 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับงานสูง เพราะเป็นลักษณะงานที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ

แบ็กล็อก 4.69 พันล.

สำหรับการดำเนินงานในครึ่งปีหลังบริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก โดยยังมุ่งเน้นการขยายตลาดทั้งในประเทศ เช่น การขยายฐานลูกค้าด้านการขนส่งตามหัวเมืองใหญ่ๆ การเข้าประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชน และต่างประเทศ เช่น การเจาะตลาดรถลำเลียงอาหาร, เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง และผลิตรถตามออเดอร์ เป็นต้น

อีกทั้งบริษัทยังมีรายได้จากโครงการปกติ โดยเฉพาะรถลำเลียงอาหาร ล่าสุดมีงานจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาแล้ว ซี่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามสัญญา รวมถึงการรับรู้รายได้จากตลาดในต่างประเทศที่มีคำสั่งซื้อรถลำเลียงอาหารเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทมีงานในมือกว่า 4,692.05 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 1,653.94 ล้านบาท ขณะที่อีก 3,038.11 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2562 ต่อเนื่องตามสัญญา

รุกเจาะตลาดใหม่

นอกจากนี้ บริษัทยังสนใจรุกขยายตลาดในประเทศใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น สหรัฐอเมริกาผ่านงานจัดแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งมีผู้ประกอบการให้ความสนใจบริษัทหลายราย โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 13% และในประเทศ 87% อย่างไรก็ดีที่ผ่านมารายได้จากต่างประเทศของบริษัทจะอยู่ที่ราว 40% หรือ 60% แต่เนื่องจากต้นปี 2561 ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนรายได้มาเน้นการขายในประเทศมากขึ้น

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน ปัจจุบันมีการส่งมอบแล้วจำนวน 100 คัน ส่วนที่เหลืออีก 389 คัน ยังต้องรอคำสั่งจากศาลปกครองหลาง หากมีความชัดเจนออกมาบริษัทก็พร้อมจะส่งมอบรถที่เหลือทันที นอกากนี้ บริษัทยังได้รับดอกเบี้ยปรับจากการจ่ายเงินล่าช้าอีกประมาณ 7.5% ต่อปี

พลิกมีกำไร49.38ล.

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 2/2561 บริษัทมีรายได้รวม 533.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.51 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 50.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 15.46 ล้านบาท ด้านผลประกอบการงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ของบริษัทมีรายได้รวม 1,400.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 835.33 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 147.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 49.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 188.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 131.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.30 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,224.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่เพิ่มขึ้น

“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวดครึ่งปีแรกของปี 2561 เป็นไปตามแผนการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งทำให้รายได้เพิ่มขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากยอดขายในกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ออกแบบพิเศษ การประกอบรถโดยสารที่กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ และยอดขายต่างประเทศในกลุ่มสินค้าออกแบบพิเศษ รถลำเลียงอาหาร รถกู้ภัย ประกอบกับรายได้จากการขายและบริการงานบริการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้เราสามารถล้างขาดทุนสะสมเกลี้ยง และพลิกกลับมามีกำไรสะสม 17.16 ล้านบาท” นายนิติธร กล่าว