กลุ่มเอไอเอโชว์แกร่งครึ่งปีแรกมูลค่าธุรกิจใหม่โต17%-มีปันผล

ทันหุ้น – กลุ่มเอไอเอ ปลื้มผลงานครึ่งปีแรก มูลค่าธุรกิจใหม่โตต่อเนื่องที่ 17% เป็นเงินกว่า 1.95 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกำไรจากการดำเนินงาน โต 14% เป็น 2,653 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมอนุมัติปันผลผู้ถือหุ้น 29.20 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น

นายอึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ  กล่าวว่า เอไอเอมีผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ประจำปี 2561 ที่แข็งแกร่งมาก โดยมีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,954 ล้านเหรียญสหรัฐ และกำไรจากการดำเนินงานตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) เติบโตขึ้น 14% มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้น 9% เป็น 3,252 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) คิดเป็น 59.5% เพิ่มขึ้น 4.4 จุด

ทั้งนี้มูลค่าธุรกิจใหม่นั้นรวมธุรกิจการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เบี้ยประกันภัยรับปีแรก ส่วนอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ ไม่รวมธุรกิจการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

นายอึง เค็ง ฮุย  กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของผลกำไรจากการดำเนินงานยังเติบโตต่อเนื่อง มีกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) เพิ่มขึ้น 14% คิดเป็นมูลค่า 2,653 ล้านเหรียญสหรัฐ มีมูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบันของบริษัทเพิ่มขึ้น 19% คิดเป็นมูลค่า 4,152 ล้านเหรียญสหรัฐ และผลตอบแทนจากการดำเนินงานต่อมูลค่าธุรกิจ เพิ่มขึ้น 70 bps เป็น 17%

สถานะเงินสดหมุนเวียนของกลุ่มธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เงินทุนที่มั่นคง โดยมูลค่าของบริษัทคิดเป็น 53.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบันของบริษัท คิดเป็น 52 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากวันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทมีเงินกองทุนส่วนเกิน เป็นมูลค่า 2,497 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 11% ขณะที่มีเงินกองทุนส่วนเกินที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร มูลค่า 13.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ อัตราส่วนของการดำรงเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติบริษัทประกันชีวิตฮ่องกงของเอไอเอ เพิ่มขึ้น 458%

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทของกลุ่มบริษัทเอไอเอได้ประกาศเงินปันผลครึ่งปีแรกประจำปี 2561ที่เพิ่มขึ้น 14%คิดเป็นมูลค่า 29.20 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของเอไอเอ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจถึงภาพรวมในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเอไอเอ

นายอึง เค็ง ฮุย  กล่าวว่า เอไอเออยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งและมีความได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจมายาวนานในเอเชีย รูปแบบการทำงานที่มีความหลากหลาย ทั้งจากช่องทางการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และในเชิงภูมิศาสตร์ กลยุทธ์ที่ชัดเจนของเอไอเอยังคงใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากทีมงานที่มากประสบการณ์ รวมถึงโอกาสในการเติบโตที่ยังมีอยู่มากมายในภูมิภาคนี้

สำหรับกลุ่มบริษัทเอไอเอ มีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขาใน 18 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิค ทั้งในประเทศฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน เวียดนาม นิวซีแลนด์ มาเก๊า บรูไน และกัมพูชา และเป็นผู้ถือหุ้น 97% ในบริษัทในเครือในประเทศศรีลังกา และถือหุ้นร่วมทุน 49% ในประเทศอินเดีย อีกทั้งยังมีสำนักงานผู้แทนในประเทศเมียนมา และมีลูกค้าที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตรายบุคคลที่มีผลบังคับ 32 ล้านกรมธรรม์ และเป็นสมาชิกกรมธรรม์ประกันกลุ่มมากกว่า 16 ล้านคน