UTPผลงานเข้าตาเคาะเป้าใหม่17บ.ผุดโกดังเก็บสินค้า

ทันหุ้น – UTP เผยสร้างโกดังสต๊อกสินค้า ใช้งบลงทุนราว 60 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ช่วยเก็บสต๊อกสินค้าได้เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ตัน มั่นใจรายได้ปี 2561 ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท โต 35.28% จากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลงานเด่นเข้าตาโบรก ปรับกำไรสุทธิปี 2561 ขึ้นเป็น 745 ล้านบาท เคาะเป้าใหม่ 17 บาท

นายมงคล มังกรกนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโกดังเก็บสินค้าเพิ่มเติม โดยใช้งบลงทุนราว 60 ล้านบาท และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2561 ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการสินค้าได้ดีมากขึ้น รวมถึงหนุนเก็บสต๊อกสินค้าได้เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ตัน จากปัจจุบันที่เก็บได้ราว 10,000 ตัน ส่วนการขยายกำลังการผลิตเพิ่มนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด จึงยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

*ราคาขายดีหนุนกำไรโต

สำหรับราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ราคาขายค่อนข้างมีเสถียรภาพ ทำให้บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากการขายได้มากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดย ณ ไตรมาส 2/2561 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.35% จากสิ้นปีก่อนที่ 16.13% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.96% จากสิ้นปีก่อนที่ 12.19%

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงคาดว่ารายได้ในปี 2561 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท หรือเติบโต 35.28% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,587.15 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษในช่วงครึ่งปีหลังยังมีค่อนข้างมาก ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกินกว่าอัตราการผลิตที่บริษัทจะรองรับได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตราการใช้เครื่องมากกว่า 80%

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 2/2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 188.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.88 ล้านบาท หรือ 146.19% จากช่วงเดียวกันของปี จากการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและยอดขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้นทุนต่อหน่วยของต้นทุนการผลิตคงที่ได้ลดลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบได้ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดขายและกำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรสุทธิ 355.81 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ากำไรสุทธิทั้งปีของปี 2560 ที่ 315.26 ล้านบาท ทำให้คาดว่าผลประกอบการในปี 2561 เติบโตก้าวกระโดด

*ผลงานเข้าตา-อัพเป้าใหม่ 17 บ.

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า UTP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2561 ที่ 188 ล้านบาท เติบโต 198% จากปีก่อน และ 13% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำสถิติสูงสุดใหม่ และสูงกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด 6% เนื่องจากกำลังการผลิตจริงเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยต่อวันที่ 623 ตัน จากไตรมาส 1/2561 ที่ 575 ตัน และไตรมาส 2/2560 ที่ 327 ตัน ส่งผลให้ยอดขายในเพิ่มขึ้น 74% จากไตรมาส 2/2560 และ 2% จากไตรมาส 1/2561 รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 25.8% จากไตรมาส 1/2561 ที่ 22.9% และไตรมาส 2/2560 ที่ 14.5% เนื่องจากกำลังการผลิตที่เพิ่มทำให้ต้นทุนการผลิตคงที่ต่อหน่วยลดลง และราคาวัตถุดิบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

โดยกำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรกคิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปีเดิม ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 และ 2562 ขึ้น 5% เป็น 745 ล้านบาท และ 887 ล้านบาท ตามลำดับ โดยคิดเป็นการเติบโต 136% และ 19% จากปีก่อนตามลำดับ จากการปรับอัตรากำไรขั้นต้นปี 2018 และ 2562 ขึ้น 1% เป็น 23.5% และ 24.0% ตามลำดับ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2561 ออกมาสูงกว่าคาด และ Spread ราคากระดาษเฉลี่ยในไตรมาส 3/2561 ยังสูงกว่าในไตรมาส 2/2561 รวมทั้งกำลังการผลิตในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาของ UTP เฉลี่ยอยู่ที่ 650 ตันต่อวัน ซึ่งสูงกว่าในไตรมาส 2/2561 ที่ 623 ตันต่อวัน

อย่างไรก็ตาม คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 17.00 บาท จากเดิม 16.00 บาท (อิง PER เฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 15 เท่า) เนื่องจากการปรับกำไรสุทธิขึ้น ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้น 88% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่ายังน่าสนใจอยู่ เนื่องจากกำไรสุทธิที่โตดีมากในปีนี้ทำให้ราคาหุ้นซื้อขาย Forward PER ปี 2561-2562 ที่เพียง 11 และ 9 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาอยู่ที่ระดับ -1SD