ระวัง!วิกฤติตุรกี เขย่าแบงก์ยุโรป

สะเทือนไปทั้งโลก เมื่อ ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของ ตุรกี สาดวาทะใส่กับ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และโดนสหรัฐแทรกแซงการค้า ด้วยการขึ้นภาษีเหล็ก และอลูมิเนียม ส่งผลให้ฐานะทางเศรษฐกิจของ ตุรกี ที่ย่อบแย่บอยู่แล้ว แทบจะ “พังพินาศ” ในทันที หัวข่าว นสพ.ต่างประเทศ ใช้คำว่า Collapse ถือว่าค่อนข้างแรง

ค่าเงินไลร่า ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง จากเดิมที่เคยอยู่แถวๆ 5 ไลร่า/ดอลลาร์ ตกลงไปต่ำสุดที่ระดับ 7.09 ไลร่า/ดอลลาร์ และนับไปนับมาตั้งแต่ต้นปี 2561 นี้ ค่าเงินตุรกี ลดลงมามากถึง 30%

จริงๆ ถึง สหรัฐ จะไม่ขึ้นภาษีสินค้าตุรกี ฐานะของตุรกี ก็ใกล้เข้า IMF เต็มทน เพราะการบริหารงานผิดพลาดของ ประธานาธิบดีแอร์โดอัน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อตุรกี พุ่งสูงถึง 15% และดอกเบี้ยสูงถึง 17.5% ใครเคยเห็นตัวเลขแบบนี้ในปี 2540 จะมองออกเลยว่า…ตุรกี รอดยาก%

ปี 2540 ไทยแม้เงินเฟ้อ จะไม่สูงมากยังปกติที่ระดับ 3 -4 % แต่ดอกเบี้ยที่สูงถึง 18% ก็เป็นตัวที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทย พังเร็วกว่าที่คิด และในยุคนั้นไทยเป็นหนี้ต่างประเทศเยอะมาก โดยที่ ภาคเอกชน กำลังเห่อธุรกรรมการเงินใหม่ที่เพิ่งเข้ามาคือ BIBF แห่กู้นอกกันสนุกสนาน พอค่าเงินบาท ไหลรูดจาก 25 เหรียญ/ดอลลาร์ ไปเป็น 56 เหรียญ/ดอลลาร์…แค่เวลาไม่ถึงครึ่งเดือน หนี้ท่วมไปอีก 100% เป็นใครก็ต้องหมุนเงินไม่ทัน!

ปัญหาขาดสภาพคล่องเกินขึ้นอย่างรุนแรงในตลาดเงินไทย และที่แสบไปกว่านั้นก็คือ มีการโจมตีค่าเงินบาท ทำให้ทุนสำรองของไทยที่มีอยู่ประมาณ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ แทบหมดเกลี้ยง เหลือเพียงแค่ 800 ล้านดอลลาร์ ทำให้ประเทศไทยไม่มีเงินดอลลาร์ไปซื้อสินค้านำเข้า โดยเฉพาะ “น้ำมัน”

ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงต้องเข้าโครงการของ IMF ขอกู้เงินมา 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาหมุนใช้ สุดท้ายก็สามารถเอาตัวรอดกลับมาได้…

มองทิศทางของ ตุรกี ตอนนี้แทบไม่แตกต่างจากที่ไทยเคยโดน เพราะมีทั้งดอกเบี้ยสูง กู้เงินต่างประเทศมากถึง 40% ของ GDP และเงินกู้ส่วนใหญ่กู้จากแบงก์ในยุโรป

มองดีๆ ถ้า ตุรกี มีปัญหาไม่สามารถใช้หนี้ได้ตามกำหนด ไม่มีเงินไถ่ถอนพันธบัตรที่ครบอายุ…ฐานะคงไม่แตกต่างจากที่ไทยโดนซักเท่าไหร่?

แต่ที่น่ากังวลก็คือ ถ้า ตุรกี ล้ม…แบงก์ยุโรป เจ้าหนี้หลายแห่ง จะมีปัญหาทันที ตรงนี้คือ “จุดเสี่ยง” ของระบบการเงินโลกอีกครั้ง

ถ้าหากเปรียบเทียบกับ กรณีที่ “กรีซ ถังแตก” เมื่อปี 2558 เพราะมีปัญหาการคลัง รัฐบาลใช้เงินผิดประเภท เอาไปทุ่มทำนโยบายประชานิยม จนหนี้สาธารณะเพิ่มสูงกว่า 100% ของ GDP โดย รัฐบาลกรีซ ในสมัยนั้น ประกาศว่า มีหนี้เป็นตัวเลขจริงๆ มากถึง 135% ของ GDP เรียกว่า “หนี้ท่วมหัว” จนทำให้ต้องเข้า IMF

แต่กรณีของ “กรีซ” ไม่ส่งผลกระทบต่อแบงก์ในยุโรป เพราะส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะยาว และพันธบัตร รวมถึง ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB  และ IMFจับเข้าโปรแกรมแก้ปัญหาได้ทันท่วงที เมื่อ “ขาใหญ่” โดดเข้าไปอุ้มปัญหาเลยยุติได้ง่าย…

ส่วนกรณีของ กรีซ เท่าที่ดูท่าทีของ ECB หรือแม้แต่ IMF เอง ยังแค่จับตามอง และยังไม่ได้เข้ามาแทรกแซง อาจจะเป็นเพราะว่า ตุรกี ณ ปัจจุบัน ไม่เพียง สหรัฐ เท่านั้นที่ไม่ชอบหน้า แม้แต่ เยอรมัน “พี่ใหญ่ยุโรป” ก็ไม่ชอบหน้าเหมือนกัน และเพิ่งประกาศเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจตุรกี เมื่อกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมานี้เอง

สาเหตุที่ สหรัฐ และยุโรปตะวันตก ไม่ค่อยชอบ ตุรกี เป็นเพราะว่าระยะหลังๆ ตุรกี เอาใจออกห่าง และไปยืนอยู่ข้าง รัสเซีย เลยทำให้กลายเป็นประเทศยุโรป ที่ ยุโรป เองก็ไม่ชอบ

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่การเข้าช่วยเหลือตุรกี ขององค์กรหลักๆ จะเข้าแก้ไขปัญหาช้า ปล่อยให้ลามมาตั้งแต่ต้นปี 2561 นี่กลางปีเข้าไปแล้ว ยังไม่เข้ามาดู มิหนำซ้ำ ยังถูก “ลุงทรัมป์” ถล่มดื้อๆ แบบเสยปลายคาง อาการที่ร่อแร่อยู่แล้ว เลยแกว่งและน่าจะล้มลงในที่สุด

เมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐบาลตุรกี เพิ่งประกาศเสริมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนแทบไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ นักวิเคราะห์ กลับมองว่า เข้าแก้ปัญหาช้า และวงเงินที่ใส่ลงมาก็น้อยเกินไป

จากนี้ไป การลงทุนของ “นักลงทุน” ต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ “ระเบิด” ตุรกี ถูกจุดชนวนแล้ว ไม่รู้จะตูมออกมาตอนไหน ใครที่เล่นหุ้น เล่นฟอร์เร็กซ์ เล่นทองคำ น้ำมัน หรือบิทคอย…อย่าทุ่มสุดตัว เล่นเอาแค่สนุกๆ ก็พอ!

ไม่อยากคิด ถ้าหากแบงก์ในยุโรปที่ปล่อยกู้ให้ ตุรกี เกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ การแก้ไขปัญหาจะยืดเยื้อยาวนานแน่นอน!