พลังงานกลับมาถ่วง SET โบรกมองจังหวะย่อรอสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่ง

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า พลังงานกลับมาถ่วงตลาดหลังราคาน้ำมันดิบร่วงกว่า 3% จีนตอบโต้สหรัฐฯเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 25% วงเงิน 1.6 หมื่นล้านเหรียญ โบรกมองหุ้นไทยแกว่งกรอบ 1,715-1,730 จุด จังหวะสะสมหุ้นพื้นฐาน

บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index แกว่งตัวบวกขึ้นได้ดีกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดและปิดทดสอบบริเวณHigh เดิม 1,722 จุดอีกครั้ง โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่หลายตัว สถาบันในประเทศพลิกมาซื้อสุทธิ 1.8 พันลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่องและหนาแน่นขึ้นเป็น 2.9 พันลบ. (และยัง Net Long ใน Index Futures 5.7 พันสัญญา)

สำหรับแนวโน้มตลาดวันนี้ SET Index มีแนวโน้มแกว่งพักตัวหลังจากที่ดีดตัวขึ้นค่อนข้างดีในช่วง 2 วันก่อนหน้า โดยกลุ่มพลังงานวันนี้คาดว่าจะถ่วงตลาดหลังราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 3% หลังจีนตอบโตสหรัฐฯโดยจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 25% วงเงิน 1.6 หมื่นล้านเหรียญเช่นกัน

ขณะที่ช่วงนี้ยังต้องติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/61 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหากไม่ได้ออกมาดีกว่าคาดอย่างมีนัยยะฝ่ายวิเคราะห์มองว่าดัชนีมีโอกาสถูก Sell on Fact ระยะสั้นหลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามกรอบการลบของดัชนีคาดว่าถูกจำกัดเช่นกันจากกระแสเงินทุนที่ยังอยู่ในทิศทางไหลเข้า กลยุทธ์เก็งกำไรงบไตรมาส 2/61 และยัง Laggard หรือสะสมหุ้นพื้นฐานคืนในช่วงตลาดพักตัว หุ้นเด่นเดือน ส.ค. BJC, BKD, INTUCH, RS, SC

โดยแนะนำซื้อ ERW ราคาเป้าหมาย 9 บาท กำไรปกติในไตรมาส 2/61 มีโอกาสที่จะสูงกว่าคาดการณ์ของเราที่ 40 ล้านบาท ลดลง 86.2%จากไตรมาสก่อน และ 31.2%จากปีก่อน หลัง MINT ประกาศกำไรออกมาดีกว่าคาดและธุรกิจโรงแรมค่อนข้างแข็งแกร่ง โมเมนตัมของกำไรจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ซึ่งเข้า High Season อีกครั้งจากนักท่องเที่ยวคาดว่าจะมาเติบโตในอัตราเร่งและโรงแรม JW Marriott จะกลับมาให้บริการได้ตามปกติ ราคาหุ้น ERW -15.5% YTD ยังLaggard ดัชนีกลุ่มท่องเที่ยวและ SET ที่ -12.7% YTD และ -1.8% YTD ตามลำดับ จึงคาดว่ามีโอกาส Outperform

 

* * SETแกว่งกรอบ 1,715-1,730 จุด

บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นกลาง คาดดัชนีแกว่งตัว 1,715 – 1,730 จุด จากแรงกดดันราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลง หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงน้อยกว่าคาดโดยลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล รวมถึงสต๊อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรล

ประกอบกับความกังวลสงครามการค้าที่รุนแรงมากขึ้นหลังจีนประกาศเรียกเก็บภาษี 25% สินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้สหรัฐที่วานนี้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติมอีก 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ในอัตรา 25% โดยมีผล 23 ส.ค. อย่างไรก็ตามคาดว่า sentiment บวกจาก Fund Flow ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่องโดยเป็น Net Buy 8 วันติดต่อกันราว 1.2 หมื่นล้านบาทจะช่วยหนุนดัชนีให้รีบาวด์ในจังหวะที่อ่อนตัวได้

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ คือ TKN แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 24.5 บาท ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว คาดกำไรสุทธิ ไตรมาส 2/61 ที่ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%จากไตรมาสก่อน และ 23%เทียบปีก่อน จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ GPM ฟื้นตัวจากต้นทุนสาหร่ายลดลง และได้ Economy of scale และจ่ายภาษีลดลง เนื่องจากโรงงานได้สิทธิประโยชน์จาก BOI ขณะที่ไตรมาส 3 และ 4 เข้าสู่ช่วง High season

หุ้น SVI แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5.1 บาท คาดกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 146 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91%qoq และ 15%yoy จากแรงหนุนของยอดขายที่เติบโต 25%yoy ขณะที่ค่าเงินเริ่มนิ่ง ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนทำได้ง่ายขึ้นส่งผลให้ความเสี่ยงจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนลดลง

หุ้น BEM แนะนำซื้อ เป้า 8.6 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/18 พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 1 พันล้านบาท จากแรงหนุนของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนโครงการลงทุนในเขื่อนไซยบุรี

 

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)
Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com