สหรัฐฯขีดเส้นเก็บภาษีนำเข้าจีน 1.6 หมื่นล้านเหรียญ 23ส.ค.นี้ โบรกแห่สแกน SET ยังไหว…(มั้ง)

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า สงครามการค้าระอุ…สหรัฐฯเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 1.6 หมื่นล้านเหรียญ 23 ส.ค.นี้ จับตาการเจรจาสหรัฐ-ญี่ปุ่นพรุ่งนี้คาดอยู่ในทิศทางบวก ด้านการประชุม กนง. วันนี้คาดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50 %

บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า แนวโน้มตลาดวันนี้ SET Index จะแกว่ง Sideways Up ได้จากบรรยากาศการลงทุนที่ค่อนข้างผ่อนคลายจากภูมิภาคอื่น อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางตลาดในช่วงนี้คือผลประกอบการไตรมาส 2/61 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหากไม่ได้ออกมาดีกว่าคาดอย่างมีนัยยะ ฝ่ายยังมองว่าดัชนีมีโอกาสถูก Sell on Fact ระยะสั้นหลังปรับตัวขึ้นโดดเด่นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

ขณะที่ประเด็นสงครามการค้าคาดว่ายังเป็นประเด็นที่จำกัดการปรับขึ้นของตลาดโดยล่าสุดสหรัฐฯจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 1.6 หมื่นล้านเหรียญในวันที่ 23 ส.ค. นี้

ดังนั้นกลยุทธ์เก็งกำไรงบไตรมาส 2/61 และยัง Laggard อีกทั้งสะสมหุ้นพื้นฐานคืนในช่วงตลาดพักฐาน หุ้นเด่นเดือนส.ค.แนะนำ BJC, BKD, INTUCH, RS, SC

อย่างไรก็ดี ฝ่ายคงแนะนำซื้อ CHG ราคาเป้าหมาย 2.70 บาท ฝ่ายคาดกำไรปกติไตรมาส 2/61 ที่ 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฤดูฝนที่มาเร็วและการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว ขณะที่ครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่องโดยเฉพาะไตรมาส 3/61 ที่จะเป็นจุดสูงสุดของปีจาก High Season

ฝ่ายวิเคราะห์ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใหญ่ในช่วง 2 ปีที่แล้ว ที่จะส่งผลดีชัดเจนตั้งแต่ปีนี้ โดยคาดกำไรสุทธิทั้งปีที่679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ส่วนปีหน้าคาดเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน อยู่ที่ 746 ล้านบาท

* * เคาะกรอบ 1690-1730

บล.แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิด +0.65 % ปริมาณการซื้อขาย 4.9 หมื่น ลบ. สถาบันขายสุทธิ 2 พัน ลบ. พอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 1.4 พัน ลบ. ส่วนต่างชาติซื้อสุทธิ 2.2 พัน ลบ. ใน Index Futures ต่างชาติมีสถานะ Long จำนวน 405 สัญญา ส่วนตลาดพันธบัตรต่างชาติมียอดขายสุทธิ 405 ลบ. ภาวะการซื้อขายวานนี้แรงหนุนจากต่างชาติที่ซื้อหุ้นไทย 66.7 M.USD. แต่เริ่มชะลอซื้อในตลาดหุ้นอินโด , ฟิลิปปินส์

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติม โดยค่าเงินหยวนจีนเริ่มแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ระดับ 6.83 หยวน/ดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางจีนเพิ่มสภาพคล่องและเพิ่มต้นทุนเงินเพื่อลดการเก็งกำไรค่าเงินหยวน ประเด็นการค้าวันพฤหัสนี้ติดตามการเจรจาสหรัฐ – ญี่ปุ่นคาดผลเจรจาน่าจะอยู่ในทิศทางบวก ส่วนการประชุม กนง. วันนี้คาดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50 %

กลยุทธ์การลงทุนวาง Filter แนวรับที่ 1,690 – 1,700 จุด กรณียืนได้ถือพอร์ต โดยมีแนวต้านที่ 1,722 – 1,730 จุด แนะนำซื้อเก็งกำไร TRUE ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท หลังจากประกาศไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 , 1800 MHz ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายไลเซ่นส์

* * ดัชนีเดินหน้าต่อ

บล.เคทีบี(ประเทศไทย) ระบุว่า แม้ดัชนีฯจะดีดกลับมาเพียง 11 จุด แต่เป็นสัญญาณว่า มีแรงขายหุ้นเพียงบางตัวที่กดดันตลาดในวันก่อน แต่เรายังมองว่าดัชนีฯ ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน จะไม่ขึ้นรุนแรง ปัจจัยสำคัญๆ ของวัน เราพุ่งไปที่ตลาดต่างประเทศ สหรัฐฯยืนยันภาษี $1.6 หมื่นล้านเหรียญ ที่จะเก็บจากสินค้านำเข้าจีนรอบสอง มีผล 23 ส.ค. จำนวน 279 สินค้าตลาดไม่น่าตกใจเพราะเคยรับรู้ข่าวนี้ไปแล้ว ค่าดอลล่าร์อ่อนค่าลง (Dollar Index) ขณะที่เงินหยวนแข็งค่าเล็กน้อยจาก high 6.89 ลงไปที่ 6.82 หยวน/ดอลล่าร์ จากความพยายามของทางการจีน ช่วยลดแรงกดดันที่ตลาดหุ้นจีนมีต่อตลาดอื่นๆในภูมิภาคนี้

ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ทรงๆ ตัวที่ $69 เหรียญ หนุนราคาหุ้นกลุ่มน้ำมัน-ปิโตรเคมี (แต่ต้องดูผล หลังบางตัวรายงานกำไรเข้ามา ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ยังเป็นเรื่องของรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ (สิ้นสุด 14 ส.ค.) และการประชุม กนง.วันนี้ ตลาดคาดคงดอกเบี้ย 1.5%

อย่างไรก็ดี การที่ดัชนีฯยังไม่หลุด 1680 จุดลงไป บ่งชี้ว่ายังมีความแข็งแรงและแค่ปรับฐานช่วงสั้นๆ หากไม่ได้มีข่าวลบเพิ่มเติม ดัชนีฯน่าจะไต่ระดับแบบ sideway กลับขึ้นไปหา 1722 อีกครั้ง ดังนั้นแนะนำเชิงกลยุทธ์รวมๆยังเป็น “Hold” ขณะที่หุ้นtop picks ของเราในวันนี้ประกอบด้วยหุ้นเดิมของวันก่อน CPN, HANA, GULF , HTECH และเพิ่ม MINT , BTS* เข้ามาใหม่

 

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)
Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com