1 ส.ค.2561

*** ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 สหรัฐ ออกมาแล้ว ขยายตัว 4.1% สูงสุดในรอบ 4 ปี ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ต่างบอกว่า ดัชนีดาวโจนส์ หรือ Dow 30 ไปต่อไม่ไหว คงต้องพลิกคำทำนายกันเป็นแถว ตัวเลขออกมาสูงเกินคาด มีโอกาสทะลุ High เดิม 26,616.61 จุด เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา การที่ GDP สหรัฐ ปรับตัวร้อนแรง เป็นอานิสงส์จากการปรับ “ลดภาษีรายได้” ครั้งใหญ่มูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ภาคเอกชน และประชาชน “มีกำลังซื้อ” เพิ่มมากขึ้น ตรงนี้ถือเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ที่ประเทศอื่นๆ ควระจะเอาเป็นแบบอย่าง ของไทยช่วงที่ผ่านมา “ขึ้นภาษี” ตลอด เพิ่งจะมาคิดได้ไม่กี่วันมานี้ ด้วยการ “พักหนี้เกษตรกร” ซึ่งน่าจะทำนานแล้ว ภาคเกษตรของไทยย่ำแย่มาหลายปีติดต่อกัน แต่รัฐบาลเพิ่งจะมาคิดทำ…ช้ามาก!

*** เกษตรกรรายได้ตก แต่ภาคธุรกิจเอกชน ยังรวยกันไม่เสร็จ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เป็นปลื้ม ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม มิ.ย.61 โต 4.7% เป็นบวก 14 เดือนต่อเนื่อง “ณัฐพล รังสิตพล” รักษา ผอ. สศอ.บอกว่า การที่ดัชนีขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่อง เนื่องจากการส่งออกไปสหรัฐ ในเดือน มิ.ย.61 สูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยมีมูลค่า 2,487 ล้านเหรียญสหรัฐ อุตสาหกรรมที่ขยายตัวดี ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ น้ำตาลทราย เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ เหล็กและเหล็กกล้า บวกกับ “ค่าเงินบาท” อ่อนค่าลงมา 7% ตั้งแต่ต้นปี…ดูตัวเลข กับค่าเงินบาท หุ้นขึ้นรอบนี้ “หุ้นส่งออก” แรงทุกตัว!

*** กลายเป็นมหากาพย์ ประชุมผู้ถือหุ้น IFEC เลื่อนมา 2 ครั้งแล้ว ไม่รู้มีปัญหาอะไรนักหนา นักลงทุนที่ติดหุ้นอยู่พากันหนาวๆ ร้อนๆ โอกาสที่หุ้นจะกลายเป็น 0 เพิ่มมากขึ้นทุกที ทั้งผิดนัดชำระหนี้ และยังไม่ส่งงบการเงิน หากยังไม่มีการแก้ไขให้หุ้นกลับเข้ามาเทรดใน SET ได้เหมือนเดิม ใบหุ้น IFEC จะกลายเป็น “เศษกระดาษ” คนร้อนตัวสุดๆ ก็คือ “ทวิช เตชะนาวากุล” ผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ถือหุ้นอยู่มากถึง 202 ล้านหุ้น หรือ 10% เลยประกาศให้ “กรรมการบริษัท” รีบจัดประชุม และแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ โดยมี “เสี่ยทวิช” เป็นกรรมการด้วย น่าเห็นใจผู้ถือหุ้น ที่ผ่านมากรรมการไม่ค่อยกระตือรือล้นแก้ไขปัญหา และดูเหมือนว่า “อยากถูกเพิกถอน” ซะมากกว่า…แน่นอนล่ะ ขืนอยู่ใน SET ต่อ และมีการตั้งกรรมการชุดใหม่ เข้ามา “ชำระบัญชี” ผู้บริหารชุดก่อนที่บริหารผิดพลาด อาจจะต้องเข้าไปบริหารงานต่อในซังเต ปล่อยให้ดับสูญไปอย่างนี้แหละดีแล้ว…ว่างั้นเหอะ!

*** อีกตัวที่เข้าข่าย “ถูกเพิกถอน” NMG หรือ บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ถูกตลาดหลักทรัพย์ “ไล่บี้” ให้ส่งงบปี 2560 หากไม่ส่งภายใน วันที่ 27 ส.ค.61 อาจถูกเพิกถอนต่อไป NMG เพิ่งขาย “มหาวิทยาลัยเนชั่น” ให้กับ “ดร.จิรศักดิ์ จิยะจันทน์” CEO ของ WORLD เจ้าของ มหาวิทยาลัยเวสท์เทิร์น ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ในราคา 256.50 ล้านบาท และได้รับเงินใช้หนี้มาอีก 17.9 ล้านบาท น่าจะบันทึกรายได้ทัน Q3 นี้ การที่ NMG แจ้งขอเลื่อนการส่งงบมา 5 ครั้งรวดเป็นเพราะยังแก้ปัญหาภายในไม่จบ และน่าจะมีการตัดขายสินทรัพย์ต่างๆ ออกมาอีกเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา NMG ขาดทุนปีละ 1-2 พันล้าน ปีนี้ก็คงไม่ต่างกันมาก ว่าตามจริงแล้ว “ธุรกิจสิ่งพิมพ์” เป็น “ขาลง” มาตั้งแต่มี Social Media ทุกโรงพิมพ์ และค่ายสื่อต่างๆ พยายามตัดลดรายจ่ายลง NMG ก็ต้องทำเหมือนๆ กัน จนกว่าองค์กรจะอยู่รอด ที่น่ากังวลมากๆ ก็คือ หุ้นตัวแม่NEWS ราคาอยู่ที่ 0.01 บาท…จะอุ้ม NMG ไหวมั๊ยเนี่ย?

*** เอาจริง! บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ประกาศซื้อหุ้น NH Hotel Group SA. เพิ่มเป็น 44% พร้อมทำเทนเดอร์ และได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต.สเปน แล้ว รอผลประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 9 ส.ค. นี้ เป็นเรื่องน่าสนใจที่ ธุรกิจไทย กล้าบุกตลาดโลก เพราะเครือ NH Hotel Group SA. มีโรงแรมสาขา กระจายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ ทวีปยุโรปอเมริกา และแอฟริกา จำนวน 382 แห่ง มีห้องพักรวมเกือบ 59,350 ห้อง การที่ “วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค” CEO ใหญ่ ที่โอนมาใช้ “สัญชาติไทย 100%” กล้าซื้อเชนโรงแรมใหญ่ระดับโลก มองดูอาจจะมี “ความเสี่ยง” แต่ถ้าดูทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวทั้ง สหรัฐ และยุโรป ถือว่า MINT เข้าซื้อในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้คงต้องรอลุันว่า การซื้อครั้งมโหฬาร ที่ใช้วงเงินสูงถึงกว่า 1 แสนล้านบาท รอบนี้จะไปได้สวย…โบรกเกอร์ให้ราคา 50 บาท มี “ข่าวดี” แบบนี้ก็ “น่าเข้า” รายย่อยเอาแค่ 45 บาท ก็พอ ราคา 50 บาท ปล่อยให้นักวิเคราะห์ซื้อ!

*** แปลกๆ เมื่อผู้ถือหุ้น GREEN ล้มแผนออกวอร์แรนต์ GREEN-W5 ทำให้หุ้นในกระดานราคาตกลง -5% โดยที่เมื่อต้นเดือน “พิชิต วิริยะเมตตากุล” เข้าเก็บหุ้น GREEN เพิ่มอีก 4.27% ตามโครงสร้างผู้ถือหุ้น “กลุ่มวิริยะเมตตากุล” ถือหุ้นใหญ่ การล้มมติเพิ่มทุน ไม่น่าจะมาจากเรื่องความขัดแย้งของผู้ถือหุ้น แต่ถ้าดู “ราคาหุ้นในกระดาน” จะเข้าใจเลยว่า “เจ้ามือ” กระชากหุ้น GREEN ขึ้นจากระดับ 1 บาท ขึ้นไปสูงถึง 1.67 บาท มี “รายย่อย” ติดอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าออกวอร์แรนต์ตามแผน 3 : 1 หุ้นจะเพิ่มมาอีก 272 ล้านหุ้น วอร์แรนต์จะตกไปอยู่ในมือรายย่อย ราคาหุ้นจะ Diludeมากขึ้นไปอีก บริษัทเพิ่งพลิกกลับมามีกำไรจากธุรกิจพลังงานทดแทน การไล่รายย่อยออก บางทีก็ต้อง “เล่นแรง”…เขย่าแรงๆ แบบนี้ ลิงคงตกต้นไม้เพียบ?

*** CEO หนุ่มรูปหล่อ…”เกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล” แห่ง บมจ.เอสซีไอ อีเลคตริค (SCI) เดินสายบินไปๆ มาๆ กทม.– ย่างกุ้ง สุดท้ายไม่เสียเที่ยว ตั้ง “บริษัทย่อย” ในนิคมติลาวา ประเทศเมียนมา ไปเรียบร้อย ไปตั้ง โรงงาน SCI Metal Tech (Myanmar) Co., Ltd. “SCIMTmm”เป็นโรงงานผลิตเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาสื่อสารโทรคมนาคม และบริการชุบกัลวาไนซ์ (สังกะสี) มูลค่าลงทุน 20 ล้านเหรียญ เพื่อจำหน่ายและบริการในเมียนมา อีกไม่นานคงมีภาพและผลงานมาให้ผู้ถือหุ้น SCI ได้เห็นกันใครที่ถือหุ้นอยู่นานอย่าเพิ่งท้อ นักลงทุนส่วนใหญ่ที่ออกไม่ทันรอบก่อน น่าจะยังติดอยู่เหนือ 6 บาท ใครที่ยังกำหุ้นไว้แน่นรอลุ้นผลงาน Q2 ถ้าพลิกกลับมา “มีกำไร” อาจจะได้ออกของ!