Sum of all fears

ความกลัวปกคลุมไปทั่วตลาด ซึ่งไม่ใช่แค่ตลาดไทยแต่มันเป็นไปกันทั้งโลก

ตอนนี้โลกกลัวอะไรถึงได้ทำให้ตลาดหุ้นต่างๆพากันปรับฐานอย่างรุนแรง สัปดาห์ที่ผ่านมาร่วงกันระนาว 2-6% (SET Index ปรับลงราว 4.5%)

กลัวว่าสงครามการค้าจีนและสหรัฐจะลุกลามบานปลายกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย

กลัวว่าประเทศเกิดใหม่มีปัญหาการขยายตัวเศรษฐกิจในระดับต่ำแต่เงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูง จนทำให้เกิดกระแสเงินไหลออก เกิดการโจมตีค่าเงิน

กลัวว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย

ทั้งหมดเป็นความกลัวที่ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม หรือพูดในอีกนัยหนึ่งได้ว่า มันเป็นแค่มายาคติ เท่านั้น หากสังเหตุปัจจัยต่างๆที่เข้ามากระทบตลาดตอนนี้ มันพร้อมที่จะพลิกกลับเป็นบวกได้ทุกเมื่อ แต่เหมือนว่าตลาดจะไม่เชื่อเช่นนั้น

เมื่อเกิดความกลัว ปฎิกิริยาตอบสนองคือการขาย ขาย และขายไปก่อน ด้วยหลักคิดขายเพื่อถือเงินสดเมื่อสถานการณ์สงบค่อยกลับมาใหม่

เมื่อลองย้อนคิดกลับไปต้นปี 2561 ตอนนั้นทุกคนมีมุมมองที่แสนจะสดใสซาบซ่าน แต่แล้วตลาดกลับไม่ตอบสนองและปรับลงมาอย่างต่อเนื่อง พอมาเป็นวันนี้กลับกลัวกันมากมาย มันจึงน่าคิดเหลือเกินว่าตลาดจะตอบสนองอย่างที่คนกลัวกันจริงหรือไม่

ปัจจุบัน SET Index มีค่า Forward PER 14.6 เท่า (+1SD. จากข้อมูล 10 ปี)ถือเป็น Valuation ที่ต่ำกว่า Emerging Market อื่นๆ ทั้ง อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และต่ำกว่า Developed Market อย่าง S&P500 นิเคอิ แต่สูงกว่า ยุโรป ฮั่งเสง เซี่ยงไฮ้ MSCI

โดย Forward PER 14.6 เท่า เป็นฐานที่คอยรองรับ SET Index ในช่วง ม.ค.-ส.ค.60 ก่อนที่ดัชนีจะพุ่งขึ้นไปจนถึง Forward PER 17 เท่าในช่วง ก.ย.60-ม.ค.61 การจะลงต่ำกว่าระดับนี้นานๆมันจึงดูไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง แม้ความกลัวจะสร้างMomentum ในการขายได้อีก แต่เชื่อว่าตลาดจะปรับลดลงรุนแรงได้อีกไม่กี่จังหวะ จาก 1,650 จุด มองระดับต่อไปที่ควรซื้อเพิ่มเพื่อลุ้นการทำ Technical Rebound คือ 1,610 จุดคิดเป็น Forward PER 14.3 เท่า และด่านสุดท้ายคือ 1,577 จุด Forward PER 14 เท่าเชื่อว่าดัชนีจะไม่ลงไปต่ำกว่าระดับนี้

วงเงิน Block Trade ปัจจุบันลงสู่ระดับ   3.29 หมื่นล้านบาท (ต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือน) สะท้อนว่านักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่นต่อตลาด และอาศัยช่วง SET Index ฟื้นตัวทำการลดสถานะการถือครอง เพื่อลดความเสี่ยงในการถูก Call Margin

กลุ่มหุ้นที่ยังเหลือ Block trade ในระดับสูงเกิน 1 พันล้านบาท เช่น BANPU BLAND CBG KTC SCC ยังเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะถูกเทขายรุนแรง หากเกิดข่าวลบจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเด็นการกีดกันการค้าของสหรัฐซึ่งมีเข้ามาได้ไม่เว้นวัน

อย่างไรก็ตามภายใต้แนวโน้มของวงเงิน Block Trade ที่ลงต่ำอย่างต่อเนื่อง จะมีฐานรับอยู่ที่ประมาณระดับ 2 – 2.5 หมื่นล้านบาท หากมาถึงระดับดังกล่าว คาดว่าหุ้นที่มีวงเงิน Block Trade ลดลงรุนแรงมีโอกาสที่จะถูกซื้อกลับ ซึ่งหุ้นที่น่าเฝ้าจับตาไว้คือหุ้นที่วงเงินลดลงมากกว่า 30% ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาเช่น BEM BH BJC HANA IRPC IVL LPN PTTGC ROBINS TMB