หุ้นใหม่ป้ายแดง “DOD”เคาะขาย 9.30 บาท เปิดจอง 12–14 มิ.ย. พร้อมเทรด 20มิ.ย.นี้

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า DOD แต่งตั้ง บล.เคที ซีมิโก้ นั่งอันเดอร์ไรท์เตอร์ เคาะราคาขาย IPO หุ้นละ 9.30 บาท เสนอขายระหว่างวันที่ 12 – 14  มิถุนายนนี้ พร้อมดีเดย์ เข้าทำการซื้อขายตลาด mai 20 มิ.ย.นี้ มั่นใจจะได้ผลตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ด้านผู้บริหาร “ศุภมาส อิศรภักดี” เผยหลังระดมทุนเตรียมนำเงินลงทุนโรงงานสกัดวัตถุดิบที่มีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย  (โรงที่ 2) และห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากล รองรับการจำหน่ายในประเทศและส่งออกในอนาคต  

นายคมกฤต มีคำสัตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย(Lead Underwriter) หุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหลักทรัพย์ หลังจากสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน โดยมีการกำหนดช่วงราคาเสนอขายที่ 9.00 – 9.30 บาทต่อหุ้น พบว่ามีนักลงทุนสถาบันแสดงความสนใจซื้อหุ้นเข้ามาเป็นจำนวนมาก  ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจ และศักยภาพการเติบโตของ DOD จึงได้กำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่หุ้นละ 9.30 บาท ซึ่งจะกำหนดเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในช่วงระหว่างวันที่ 12 –14 มิถุนายนนี้  โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย(Co-Underwriter)หุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

ทั้งนี้ DOD เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 110 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26.83 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วภายหลังการเพิ่มทุน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว 150 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้น 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50บาท และจะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 205 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้น 410 ล้านหุ้น โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 110 ล้านหุ้น และคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายวันแรก ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ภายในวันที่ 20 มิถุนายนนี้

“การกำหนดราคาIPO ที่ระดับราคา 9.30 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องแบบมั่นคงและยั่นยืน ทั้งนี้ DOD ถือเป็นบริษัทผู้ประกอบการไทยรายแรก ในตลาดหลักทรัพย์ฯที่เป็นผู้นำด้านการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดจากธรรมชาติ ในรูปแบบ ODM ที่ให้บริการครบวงจร แบบ One Stop Service ที่มีความพร้อมด้วยทีมวิจัยและพัฒนาเน้นนวัตกรรมที่ทันสมัยและมาตรฐานการผลิตที่ได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”นายคมกฤต กล่าว

ด้านนางสาวศุภมาส อิศรภักดี ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีโอดี  ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD กล่าวว่า การกำหนดราคาIPO ที่ระดับราคา 9.30 บาทต่อหุ้น เป็นระดับราคาที่บริษัทฯเหมาะสม  เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตจากการขยายธุรกิจของบริษัทฯในอนาคต โดยบริษัทฯจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปใช้เพื่อลงทุนในโรงงานสกัดวัตถุดิบที่มีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย  (โรงที่ 2) เพื่อสกัดสารสกัดซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงการสกัดเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก 

พร้อมทั้ง มีแผนลงทุนในห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากลโดยมีการขอรับรองมาตรฐาน ISO 17025 สามารถตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะของสารสกัดที่ได้จากโรงสกัด รับจ้างตรวจสอบทางเคมีและทางจุลชีววิทยาให้กับหน่วยงานอื่น และเพื่อรักษาความลับทางการค้า รวมถึงเพื่อใช้พัฒนาตราสินค้าใหม่ของบริษัทฯ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้สูงอายุที่มุ่งเน้นการมีสุขภาพที่ดี และผลิตภัณฑ์สมุนไพรตรีผลาที่มีคุณสมบัติช่วยดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูระบบการทำงานของร่างกาย ช่วยในระบบย่อยและขับถ่าย นอกจากนี้ จะนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

DOD ถือว่าเป็นโรงงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารายแรกๆในประเทศไทย ที่มีการนำเครื่องสกัดด้วย Co2 ที่ใช้เพื่อการอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตและสามารถควบคุมคุณภาพของสารสกัด รวมถึงการส่งออกสารสกัดในอนาคต โอยอิงจากแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วย การพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 (พ. ศ.2560 –2564) พร้อมกันนี้ DOD ยังได้รับในการันตีความน่าเชื่อถือ ภายใต้มาตรฐาน ISO22000:2005, HACCP, GMP Codex และ HALAL รวมถึงยกระดับการผลิต โดยการผลิตในห้องปลอดเชื้อ (Clean Room) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตเดียวกับการผลิตผลิตภัณฑ์ยา มาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากนโยบายหลักของ DOD คือการที่ใส่ใจดูแลลูกค้าและรักษาความลับทางการค้า ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจและเชื่อมั่นที่จะผลิตสินค้ากับ DOD ขณะเดียวกัน บริษัทฯได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐ  ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือว่าเป็นข้อได้ความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจของDOD ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว สามารถเป็นเครื่องตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ”นางสาวศุภมาส กล่าว

ด้าน นางนิสาภรณ์ ฤกษ์อร่าม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวเสริมว่า บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) มีอัตราการเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งนี้เป็นผลจากแนวโน้มของกลุ่มที่ดูแลสุขภาพและความงามที่บริโภคอาหารเสริมและวิตามิน ยังมีความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทได้รับอานิสงค์ ในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบ ODM เข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นในผลการดำเนินงานของบริษัทย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงล่าสุดไตรมาส 1/2561 มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องและก้าวกระโดด โดยปี 2558 มีรายได้รวม 385.36 ล้านบาท กำไรสุทธิ 128.89 ล้านบาท ปี 2559 มีรายได้รวม  368.37 ล้านบาท กำไรสุทธิ 138.78 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้รวม 388.56 ล้านบาท กำไรสุทธิ 142.19 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานงวดล่าสุดไตรมาส 1/2561 บริษัทฯมีรายได้รวม 214.56 ล้านบาท กำไรสุทธิ 111.21 ล้านบาท   

“ DOD  มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง มีอัตราการเติบโตการทำกำไรได้สูง โดยผลการดำเนินงานที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งจัดว่าบริษัทฯมีศักยภาพการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ถึง 1 เท่า และบริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ ” นางนิสาภรณ์ กล่าว

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)
Fanpage : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com
ติดตามข่าวสารผ่าน LINE ฟรีคลิ๊กเลย
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w